ชุดนี้หากได้จริงมีลุ้นไกล! คาด 11 แข้งแมนยูหากได้ กรีลิช เสริมทัพ

ชุดนี้หากได้จริงมีลุ้นไกล! คาด 11 แข้งแมนยูหากได้ กรีลิช เสริมทัพ

ชุดนี้หากได้จริงมีลุ้นไกล! คาด 11 แข้งแมนยูหากได้ กรีลิช เสริมทัพ

UFA266 NEWS : ชุดนี้หากได้จริงมีลุ้นไกล! คาด 11 แข้งแมนยูหากได้ กรีลิช เสริมทัพ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมแผนสร้างทีมครั้งสำคัญในช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อหวังจะนำ “ปีศาจแดง” กลับคืนสู่การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกครั้ง โดยงานนี้พวกเขาเล็ง แจ็ค กรีลิช กองกลางฝีเท้าดี รวมทั้ง คาลิดู คูลิบาลี่ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง เข้ามาเสริมทัพ

สำหรับผลงานของ “เร้ด เดวิลส์” ในฤดูกาลนี้ ถือว่าน่าผิดหวังอย่างมาก เพราะพวกเขาต้องลุ้นหนักมากในการติดท็อปโฟร์ ด้วยเหตุนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม และเหล่าบอร์ดบริหาร “ผีแดง” เตรียมที่จะเสริมทัพอย่างหนักทั้งในแผงกองกลาง, กองหลัง และกองหน้า เพื่อหวังจะนำทีมคืนสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง

แน่นอนว่าการวางแผนที่จะเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ ก็เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมหากเกิดกรณีที่ ปอล ป็อกบา ได้รับไฟเขียวจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ให้ย้ายทีมได้ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา ดาวเตะแชมป์โลก มีกระแสข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องว่าต้องการอำลาถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ เรอัล มาดริด หรือ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ต้นสังกัดเก่า

 

ชุดนี้หากได้จริงมีลุ้นไกล! คาด 11 แข้งแมนยูหากได้ กรีลิช เสริมทัพ

 

ฉะนั้นหากเกิดกรณี ป็อกบา เก็บเสื้อผ้าอำลา “โรงละครแห่งความฝัน” จริงๆ งานนี้ แมนฯ ยูฯ มีแผนสำรองเอาไว้แล้ว โดยพวกเขาเล็งกระชากตัว แจ็ค กรีลิช กองกลางกัปตันทีม “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า มาร่วมทีม โดยนักเตะทำผลงานได้โดดเด่นในซีซั่นนี้โดยทำไป 7 ประตูกับอีก 5 แอสซิสต์ ในเวทีพรีเมียร์ลีก

ไม่มีใครปฏิเสธว่าชื่อของ แมนฯ ยูไนเต็ด มันหอมหวานยั่วยวนพ่อค้าแข้งทุกคนที่อยากจะสวมเสื้อทัพ “ปีศาจแดง” ในกรณีของ กรีลิช ก็เช่นกัน และทีมของกุนซือดีน สมิธ ก็ยอมรับสภาพหากมีการยื่นข้อเสนอเข้ามาจริงๆ และพวกเขาก็ยินดีจะไปนักเตะคนสำคัญออกหากได้ค่าตัวประมาณ 60 ล้านปอนด์ (ราว 2,280 ล้านบาท)

นอกจาก กรีลิช แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด รู้ว่าอีกจุดหนึ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องเสริมก็คือเซนเตอร์แบ็ก เพราะตอนนี้เมื่อมองจากความเป็นจริงแล้ว แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เล่นไม่เข้าขากับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ฉะนั้นการที่จะหาแนวรับชั้นยอดอีกคนมาเล่นร่วมกับ แม็กไกวร์ น่าจะเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กำแพงเหล็ก “ผีแดง”

 

ชุดนี้หากได้จริงมีลุ้นไกล! คาด 11 แข้งแมนยูหากได้ กรีลิช เสริมทัพ

 

แล้วนักเตะคนไหนคู่ควรที่จะมายืนคู่กับ แม็กไกวร์ ละ ? แน่นอนว่าต้องเป็น คาลิดู คูลิบารี่ กองหลังจอมแกร่งจากนโปลี โดยนักเตะรายนี้มีข่าวกับ “ผีแดง” มาตลอดช่วงที่ผ่านมา แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ย้ายมาอยู่กับทีมซะที ล่าสุดมีรายงานว่า แมนฯ ยูฯ พร้อมทุ่มเงินเป็นค่าฉีกสัญญาให้กับ นาโปลี ให้ยอมปล่อยแนวรับทีมชาติเซเนกัล มาสวมชุด “เร้ด เดวิลส์”

ในส่วนของแนวรุก ตอนนี้ โซลชา เล็ง เลาตาโร่ มาร์ติเนซ กองหน้าฟอร์มฮอตจาก “งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน โดยงานนี้ “น้าลูกอม” ถึงขนาดลงทุนสะกิดเหล่าผู้บริหารแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมควักกระเป๋าเป็นค่าฉีกสัญญาของนักเตะจำนวน 94 ล้านปอนด์ (ราว 3,572 ล้านบาท)

หาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถไล่ล่าเป้าหมายที่ต้องการได้สำเร็จ แน่นอนว่า โซลชา จะมีขุมกำลังที่ถือว่าแข็งแกร่งมากๆ และน่าจะก้าวขึ้นไล่บี้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล สำหรับการลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีในฤดูกาล 2020/2021 ได้เลย

เนื่องจากขุมกำลังที่มีอยู่แล้วก็ไม่ได้ขี้เหล่อะไรเลย ไล่ตั้งแต่ตำแหน่งผู้รักษาประตู พวกเขายังคงมี ดาบิด เด เคอา นายทวารทีมชาติสเปน ยืนเฝ้าเสา แถมยังมียางอะไหล่ชั้นดีอย่าง ดีน เฮนเดอร์สัน ซึ่งปัจจุบันส่งไปฝึกปรือความเหนียวหนับกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

 

ชุดนี้หากได้จริงมีลุ้นไกล! คาด 11 แข้งแมนยูหากได้ กรีลิช เสริมทัพ

 

สำหรับแผงแบ็กโฟร์ฝั่งขวายังคงเป็นหน้าที่ของ อารอน วาน-บิสซาก้า ส่วนฝั่งซ้าย โซลชา น่าจะให้โอกาสกับ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ลงเล่นเป็นตัวหลัก โดยมี ลุค ชอว์ เป็นกำลังเสริม ขณะที่คู่เซนเตอร์แบ็กน่าจะเป็น แม็กไกวร์ กับ คูลิบาลี่ ส่วน วิคตอร์ เลิฟ ก็คงต้องนั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง

ในส่วนของแผงกลางสำหรับ “กุนซือเบบี้เฟซ” นักเตะที่จะเป็นตัวหลักก็คือ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ซึ่งน่าจะได้รับบทบาทเป็นโฮลดิ้ง มิดฟิลด์ โดยมี กรีลิช และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ทำหน้าที่เป็น 3 ประสานคอยปั้นเกมให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ขณะที่เกมรุกซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของความเร็ว โดยงานนี้ มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล ทำหน้าที่เป็นแนวรุกทางกราบซ้าย-ขวาตามลำดับ ส่วนหน้าเป้าต้องยกให้ มาร์ติเนซ ซึ่งมีความเฉียบคมในการทำประตู แถมยังมีขุมกำลังสำรองที่น่ากลัวอย่าง เมสัน กรีนวู้ด กับ แดเนี่ยล เจมส์ ที่พร้อมลงสนามเพื่อพลิกเกมให้กับทีมในยามคับขันได้ด้วย

 

ชุดนี้หากได้จริงมีลุ้นไกล! คาด 11 แข้งแมนยูหากได้ กรีลิช เสริมทัพ

 

    คาดการณ์ 11 นักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หากได้ตัว แจ็ค กรีลิช มาเสริมทัพ
ผู้รักษาประตู :
 ดาบิด เด เคอา

กองหลัง : แบรนดอน วิลเลี่ยมส์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, คาลิดู คูลิบาลี่, อารอน วาน-บิสซาก้า

กองกลาง : แจ็ค กรีลิช, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, บรูโน่ แฟร์นันด์ส

กองหน้า :  มาร์คัส แรชฟอร์ด, เลาตาโร่ มาร์ติเนซ, อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
Manchester United FC crest.svg
ชื่อเต็ม สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
ฉายา ปีศาจแดง
ผีแดง (ในภาษาไทย)
ก่อตั้ง 1878; 142 ปีที่แล้ว ในชื่อ สโมสรฟุตบอลนิวตันฮีตแอลวายอาร์
1902; 118 ปีที่แล้ว ในชื่อ สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
สนาม โอลด์แทรฟฟอร์ด
ความจุ 74,879[1]
เจ้าของ บริษัท แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) (NYSEMANU)
ประธานร่วม โจเอล และ อัฟราม เกลเซอร์
ผู้จัดการ อูเลอ กึนนาร์ ซูลชาร์
ลีก พรีเมียร์ลีก
2018−19 พรีเมียร์ลีก, อันดับที่ 6
เว็บไซต์ เว็บไซต์สโมสร
สีชุดทีมเยือน
สีชุดที่สาม
 ฤดูกาลปัจจุบัน

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (อังกฤษManchester United Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงของอังกฤษ มีที่ตั้งอยู่ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดในเมืองแมนเชสเตอร์ ปัจจุบันเล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดในระบบลีกฟุตบอลอังกฤษ สโมสรก่อตั้งในชื่อ สโมสรฟุตบอลนิวตันฮีตแอลวายอาร์ เมื่อปี ค.ศ. 1878 จากนั้นเปลี่ยนชื่อมาเป็น แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เมื่อปี ค.ศ. 1902 และย้ายไปเล่นในสนามปัจจุบันคือโอลด์แทรฟฟอร์ด เมื่อปี ค.ศ. 1910

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในหลายสโมสรในอังกฤษ[2][3] โดยเป็นแชมป์ลีก 20 สมัย เอฟเอคัพ 12 สมัย ลีกคัพ 5 สมัย และ เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 21 สมัย อีกทั้งพวกเขายังได้ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 3 สมัย ยูฟ่ายูโรปาลีก 1 สมัย ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ 1 สมัย ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 1 สมัย ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรปและอเมริกาใต้ 1 สมัย และฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 1 สมัย ในฤดูกาล 1998–99 สโมสรกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลอังกฤษที่คว้าแชมป์เทรเบิล[4] โดยการคว้าแชมป์ยูฟ่ายูโรปาลีกในฤดูกาล 2016–17 พวกเขากลายเป็นหนึ่งในหน้าสโมสรที่คว้าแชมป์ทั้งสามรายการการแข่งขันของยูฟ่า

ภัยพิบัติทางอากาศมิวนิกเมื่อปี ค.ศ. 1958 ได้คร่าชีวิตผู้เล่นแปดคน ในปี ค.ศ. 1968 ภายใต้การจัดการทีมของแมตต์ บัสบี แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นสโมสรฟุตบอลทีมแรกของอังกฤษที่ได้แชมป์ยูโรเปียนคัพ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พาทีมคว้าแชมป์ 38 ถ้วยตลอดการเป็นผู้จัดการทีม ไม่ว่าจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 13 สมัย เอฟเอคัพ 5 สมัย และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2 สมัยในระหว่างปี ค.ศ. 1986 และ ค.ศ. 2013[5][6][7] จากนั้นเขาได้ประกาศเกษียณตัวเองไป

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดคือสโมสรที่มีรายได้สูงที่สุดในโลกสำหรับฤดูกาล 2016–17 ด้วยรายได้ต่อปีเป็นจำนวน 676.3 ล้านปอนด์[8] และเป็นสโมสรที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกในปี ค.ศ. 2018 เป็นมูลค่า 3.1 พันล้านปอนด์[9] ณ เดือนมิถุนายน ค.ศ. 2015 สโมสรมีมูลค่าแบรนด์ฟุตบอลที่สูงที่สุดในโลก คาดว่ามีมูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[10][11] หลังจากเกิดการลอยตัวในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนในปี ค.ศ. 1991 สโมสรถูกซื้อโดยมัลคอม เกลเซอร์ ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2005 ในข้อตกลงมูลเกือบ 800 ล้านปอนด์ หลังจากนั้นบริษัทกลับมาเป็นบริษัทเอกชน ก่อนจะกลายมาเป็นบริษัทมหาชนอีกครั้งในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2012 เมื่อพวกเขาได้ทำการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีผู้สนับสนุนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก[12][13] และมีทีมคู่แข่งคือลิเวอร์พูลแมนเชสเตอร์ซิตีอาร์เซนอล และลีดส์ยูไนเต็ด

ประวัติของสโมสร

ช่วงปีแรก (1878–1945)

แผนภูมิแสดงความก้าวหน้าของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในระบบลีกฟุตบอลอังกฤษ ตั้งแต่เป็นนิวตันฮีตในฤดูกาล1892–93 จนถึงปัจจุบัน

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเดิมใช้ชื่อว่า สโมสรฟุตบอลนิวตันฮีตแอลวายอาร์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1878 โดยพนักงานแผนกขนส่งและเกวียนของสถานีรถไฟแลงคาเชียร์และยอร์กเชียร์ ที่สถานีในนิวตันฮีต[14] เป็นการตั้งทีมขึ้นเพื่อเล่นกับแผนกอื่น ๆ และ บริษัทการรถไฟ แต่เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 1880 พวกเขาแข่งขันกันในนัดแรกที่มีการบันทึกไว้ โดยใส่เสื้อสีประจำบริษัท – เขียนและทอง – พวกเขาบุกพ่ายทีมสำรองของโบลตันวอนเดอเรอส์ ด้วยคะแนน 6–0[15] โดยปี ค.ศ. 1888 สโมสรได้กลายเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของเดอะคอมบิเนชัน ลีกฟุตบอลระดับภูมิภาค หลังจากการสลายตัวของลีกเพียงฤดูกาลเดียวนิวตันฮีทเข้าร่วมการจัดตั้ง ฟุตบอลอัลไลแอนซ์ ซึ่งดำเนินมาสามฤดูกาลก่อนที่จะถูกรวมเข้ากับฟุตบอลลีก ส่งผลให้สโมสรเริ่มฤดูกาล 1892–93 ในเฟิสต์ดิวิชัน ตามมาด้วยการแยกตัวเป็นอิสระจากบริษัทการรถไฟและนำชื่อ “แอลวายอาร์” ออก[14] หลังผ่านไปสองฤดูกาล สโมสรตกชั้นสู่เซคันด์ดิวิชัน[14]

ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในฤดูกาล 1905–06 ซึ่งพวกเขาจบอันดับด้วยตำแหน่งรองชนะเลิศในเซคันด์ดิวิชัน

ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1902 สโมสรติดหนี้เป็นจำนวน 2,670 ปอนด์ หรือเท่ากับ 280,000 ปอนด์ในปี ค.ศ. 2019 จนมีคำสั่งให้เลิกกิจการ[16] กัปตันทีม แฮร์รี สแตฟเฟิร์ด จึงไปพบกับนักธุรกิจสี่คน รวมถึงจอห์น เฮนรี เดวีส์ (ซึ่งต่อมากลายเป็นประธานสโมสร) แต่ละคนยินดีที่จะลงทุน 500 ปอนด์เพื่อแลกกับผลประโยชน์โดยตรงในการบริหารสโมสร พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อสโมสรในภายหลัง[17] ทำให้เมื่อวันที่ 24 เมษายน ค.ศ. 1920 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดถือกำเนิดขึ้นมาอย่างเป็นทางการ[18][nb 1] ภายใต้การเป็นผู้จัดการทีมในปี ค.ศ. 1903 ของเออร์เนสต์ มังแนล ทีมจบอันดับด้วยตำแหน่งรองชนะเลิศในเซคันด์ดิวิชันได้ในปี ค.ศ. 1906 และได้เลื่อนชั้นสู่เฟิสต์ดิวิชัน ซึ่งพวกเขาชนะเลิศและได้แชมป์ลีกสมัยแรกของสโมสรในปี ค.ศ. 1908 และเริ่มต้นฤดูกาลต่อมาด้วยแชมป์แชริตีชีลด์สมัยแรกของสโมสร[19] และจบฤดูกาลด้วยการเป็นแชมป์เอฟเอคัพสมัยแรกของสโมสรเช่นเดียวกัน ต่อมาแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้แชมป์เฟิสต์ดิวิชันสมัยที่สองได้ในปี ค.ศ. 1991 แต่เมื่อฤดูกาลต่อมาได้สิ้นสุดลง มังแนลออกจากสโมสร และเข้าร่วมแมนเชสเตอร์ซิตีแทน[20]

ในปี ค.ศ. 1993 สามปีหลังการเริ่มต้นใหม่ของฟุตบอลหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งจบลง สโมสรตกชั้นสู่เซคันด์ดิวิชัน และได้เลื่อนชั้นอีกทีในปี ค.ศ. 1925 จากนั้นตกชั้นอีกครั้งหนึ่งในปี ค.ศ. 1931 สโมสรจึงกลายเป็นโยโย่คลับ และจบด้วยอันดับที่ 20 ในเซคันด์ดิวิชันปี ค.ศ. 1934 ซึ่งเป็นอันดับที่ต่ำสุดในตลอดกาล หลังจากการเสียชีวิตของจอห์น เฮนรี เดวีส์ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1927 สถานะการเงินของสโมสรแย่ลงจนดูเหมือนแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอาจล้มละลายหากไม่ได้ เจมส์ ดับเบิลยู. กิบสัน ลงทุน 2,000 ปอนด์และเข้าควบคุมกิจการสโมสรในเดือน ธันวาคม ค.ศ. 1931[21]ในฤดูกาล 1938–39 ปีสุดท้ายของฟุตบอลก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง สโมสรจบอันดับที่ 14 ในเฟิสต์ดิวิชัน[21]

ปีของบัสบี (1945-1969)

เดอะบัสบีเบปส์ในเดนมาร์กปี ค.ศ. 1955

ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1945 การกลับมาแข่งฟุตบอลอีกครั้งกำลังจะเกิดขึ้นจนนำไปสู่การแต่งตั้งแมตต์ บัสบี เป็นผู้จัดการทีม ผู้ปฏิวัติสโมสรครั้งใหญ่ทั้งการเลือกตัว ซื้อขายนักเตะ และการฝึกซ้อม[22] บัสบีนำทีมจบอันดับสองในลีก ปี ค.ศ. 1947, 1948 และ 1949 และชนะเลิศเอฟเอคัพในปี ค.ศ. 1948 ปี ค.ศ. 1952 สโมสรชนะเลิศในเฟิสต์ลีกดิวิชันได้ครั้งแรกในรอบ 41 ปี[23]ด้วยนักเตะอายุเฉลี่ยแค่ 22 ปี และสามารถครองแชมป์ได้ติดต่อกันในปี ค.ศ. 1956 และ 1957 สื่อมวลชนได้ขนานนามทีมว่า “เดอะบัสบีเบปส์”[24] ในปี ค.ศ. 1957 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นสโมสรแรกของอังกฤษที่สามารถคว้าแชมป์ยูโรเปียนคัพได้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าปีนั้นเชลซี มีโอกาสก่อนจากการเข้าชิงเมื่อฤดูกาลที่แล้ว[25] ซึ่งพวกเขาพ่ายให้กับเรอัลมาดริด ทีมที่สามารถเอาชนะอันเดอร์เลคต์ แชมป์ลีกของเบลเยียมได้ด้วยคะแนน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในการชนะคู่แข่งของสโมสร[26]

แผ่นหินสลักเพื่อเป็นเกียรติให้กับนักเตะที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินตกที่มิวนิก

ฤดูกาลถัดมา ระหว่างการเดินทางกลับจากการแข่งขันรายการยูโรเปียนคัพที่เอาชนะเรดสตาร์ เบลเกรด เครื่องบินโดยสารที่มีนักเตะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด หน้าที่ และนักข่าว ได้เกิดอุบัติเหตุระหว่างแวะเติมเชื้อเพลิงที่มิวนิก ประเทศเยอรมนี จนเกิดภัยพิบัติทางอากาศมิวนิก เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1958 ได้คร่าชีวิตผู้โดยสารทั้งหมด 23 คน โดยมีนักเตะของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดแปดคน ได้แก่ เจฟฟ์ เบนต์โรเจอร์ ไบร์นเอ็ดดี โคลแมนดังคัน เอดเวิดส์มาร์ก โจนส์เดวิด เพ็กก์ทอมมี เทย์เลอร์ และ บิลลี วีลัน และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก[27][28]


WWW.UFA266.COM

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *