ซาฟาวี่ เป็นใคร ทำไมอดีตกัปตัน “หงส์แดง”ถึงเอาไปเปรียบกับ ซาล่าห์

ซาฟาวี่ เป็นใคร ทำไมอดีตกัปตัน “หงส์แดง”ถึงเอาไปเปรียบกับ ซาล่าห์

ซาฟาวี่ เป็นใคร ทำไมอดีตกัปตัน "หงส์แดง"ถึงเอาไปเปรียบกับ ซาล่าห์

นิวสเตรทไทม์ สื่อมาเลเซีย นำเสนอข่าวการให้สัมภาษณ์ของ เจมี เรดแรป อดีตกัปตันสุดหล่อของ “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล ที่พูดถึง ซาฟาวี ราชิด ดาวเตะทีมชาติมาเลเซียและสโมสรยะโฮร์ ดารุล ทาซิม ว่า มีโอกาสได้ดูการเล่นของซาฟาวีในเกมการแข่งขัน ฟอร์มการเล้นของเขาน่าสนใจ โดยเฉพาะการใช้เท้าซ้ายวิธีการไม่เหมือนใครดูน่าสนใจ เช่นเดียวกับ ซาล่าห์ ที่เขานำมาใช้ได้เป็นอย่างดีแตกต่างจากนักเตะทั่วไป

ซาฟาวี่ เป็นใคร ทำไมอดีตกัปตัน "หงส์แดง"ถึงเอาไปเปรียบกับ ซาล่าห์

แต่ซาฟาวี ต้องกล้าออกไปเผชิญในยุโรปบ้าง?เชื่อว่าศักยภาพที่มีจะทำให้เขายิ่งใหญ่ได้ ต้องคิดออกไปเล่นต่างประเทศ ไม่แน่เขาอาจจะโชคดีเหมือน มินามิโนะ ของลิเวอร์พูลตอนนี้ ซึ่งก่อนหน้านั้นก็เดินทางออกไปพิสูจน์ตัวเองในออสเตรียเช่นกัน

สำหรับ ซาฟาวี ราชิด ปัจจุบันอายุ 22 ปี  ฤดูกาลที่ผ่านมาลงช่วยต้นสังกัดยะโฮร์ฯยิงไป 20 ประตู พาทีมคว้าแชมป์ซูเปอร์ลีกและมาเลเซียคัพ ส่วนผลงานทีมชาติมาเลเซียยิงไป 6 ประตูเป็นผู้ทำประตูสูงสุดปีที่ผ่านมาในการลงเล่นให้กับเสือเหลือง

เจมี เรดแนปป์

ประวัติในการเล่นฟุตบอล

เจมี เรดแนปป์เริ่มต้นอาชีพฟุตบอลที่แรกกับทีมบอร์นมัธ โดยในขณะนั้นมีแฮร์รี เรดแนปป์เป็นผู้จัดการทีม ก่อนที่เค้าจะย้ายไปร่วมทีมลิเวอร์พูลและเป็นสโมสรแห่งนี้นี่เองที่พัฒนาฝีเท้าของเค้าให้อยู่ในระดับสุดยอด ก่อนที่จะมีอาการบาดเจ็บเรื้อรังจนต้องย้ายทีมออกจากลิเวอร์พูลไปยังทอตแนม ฮอตสเปอร์ และไปปิดฉากอาชีพค้าแข้งที่เซาแธมป์ตัน

เจมี เรดแนปป์ติดทีมชาติอังกฤษทั้งหมด 17 ครั้ง ทำได้ 1 ประตู

เอเอฟซี บอร์นมัธ
เจมี เรดแนปป์เริ่มต้นฝึกฟุตบอลที่โรงเรียนสอนฟุตบอลของทีมทอตแนม ฮอตสเปอร์ แต่ไปเซ็นต์สัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับทีมบอร์นมัธ เมื่ออายุได้ 16 ปี ในปี 1989 ซึ่งมีแฮร์รี เรดแนป์เป็นผู้จัดการทีม โดยเค้าลงเล่นไปเพียง 13 เกมก็ถูกทีมลิเวอร์พูลในยุคของเคนนี ดัลกลิชซื้อตัวไปเมื่อวันที่ 15 มกราคม 1991 ในขณะที่มีอายุได้ 17 ปี ด้วยราคา 350,000 ปอนด์

ลิเวอร์พูล
เจมี เรดแนปป์เป็นนักเตะคนสุดท้ายที่เคนนี ดัลกลิชเซ็นต์สัญญาก่อนที่จะลาออกไป เค้าเป็นนักเตะลิเวอร์พูลที่อายุน้อยที่สุด (ในยุคนั้น) ที่ถูกส่งลงเล่นศึกสโมสรยุโรป โดยเค้าลงเล่นในรายการยูฟ่า คัพซึ่งพบกับโอแซร์ในวันที่ 23 ตุลาคม 1991 ขณะที่มีอายุเพียง 18 ปี 120 วัน ซึ่งในเกมนั้นลิเวอร์พูลแพ้ไป 0-2 แต่เมื่อกลับเล่นที่แอนฟิลด์ ลิเวอร์พูลชนะไป 3-0 แต่ในเกมนั้นเรดแนปป์มีชื่อในฐานะตัวสำรองและไม่ได้ลงสนาม

เรดแนปป์ทำประตูแรกในการลงเล่นให้ลิเวอร์พูลในเกมลีกเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 1991 โดยเค้าลงมาแทนแยน โมลบีในนาทีที่ 63 ในการพบกับเซาแธมป์ตันที่สนามเดอะ เดลล์ โดยเค้ายิงตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 74 หลังจากเซาแธมป์ตันได้ประตูนำจากอลัน เชียร์เรอร์ในนาทีที่ 54

หลังจากการลาออกของดัลกลิช เรดแนปป์หรือที่เพื่อนๆเรียกกันว่าเรดเดอร์ก็ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในการนั่งอยู่ข้างสนามถึงครึ่งปีในยุคของแกรม ซูแนสส์ โดยไม่ได้เริ่มต้นเป็น 11 คนแรกของทีมเลย ก่อนที่เค้าจะกลับมาเป็น 11 คนแรกก็ต้องรอถึงฤดูกาล 1993/94 ซึ่งตอนนั้นทีมก็ซื้อมาร์ค วอลเตอร์มาร่วมทีม เรดแนปป์เริ่มกลับมาเล่นในทีมชุดใหญ่อีกครั้งในยุคที่ฟุตบอลลีกอังกฤษเปลี่ยนชื่อจากดิวิชั่น 1 มาเป็นพรีเมียร์ ลีก โดยนักเตะโปรดของเค้าในตอนนั้นคือดาวรุ่งของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอย่างไรอัน กิ๊กส์และลี ชาร์ป

เรดแนปป์เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งในยุคของรอย อีแวนส์ เมื่ออีแวนส์ดึงตัวดาวรุ่งในทีมเยาวชนมาใช้งานมากขึ้น โดยเค้าขึ้นมาพร้อมกับสตีฟ แม็คมานามานและร็อบบี ฟาวเลอร์ (ก่อนที่การมาของสแตน คอลลีมอร์และเจสัน แม็คเอเทียร์ ทำให้ 5 คนนี้ถูกขนานนามว่า “สไปซ์ บอย” ซึ่งบางครั้งก็รวมเดวิด เจมส์เข้าไปด้วย) โดยเกียรติประวัติที่เค้าได้ขณะเล่นให้ลิเวอร์พูลคือแชมป์ลีก คัพปี 1995 และรองแชมป์เอฟเอ คัพปี 1996

เรดแนปป์พัฒนาฝีเท้าของตัวเองได้ดี และด้วยรูปร่างหน้าตาที่ดูดีทำให้ไม่น่าแปลกใจหากเค้าจะถูกโหวตให้เป็นนักกีฬาที่หล่อที่สุดของอังกฤษ แต่เพราะอาการบาดเจ็บเรื้อรังและการเข้ามาของเชรา อุลลิเยร์ทำให้เรดแนปป์ไม่ค่อยได้ลงสนามมากนัก โดยในฤดูกาล 1999/2000 มีนักเตะตัวเก๋าๆอำลาทีมไปพร้อมๆกันถึง 3 คนคือ จอห์น บาร์นส์, พอล อินซ์ และสตีฟ แม็คมานามาน

เรดแนปป์เคยยกตัวอย่างนักเตะในทีมเยาวชนที่น่าจะก้าวขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่อย่างไมเคิล โอเว่นและสตีเว่น เจอร์ราร์ดว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์ในอนาคตได้ และเค้าก็ชอบในลีลาการเล่นของแพทริก แบร์เกอร์และซามี ฮูเปีย

แต่เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่เข่าอย่างรุนแรงในฤดูกาล 2000/01 ทำให้เรดแนปป์ต้องบินไปผ่าตัดกับหมอชื่อดังอย่างดร.ริชาร์ด สตัดแมน ถึงประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่หายสนิทแม้ในฤดูกาลนั้นทีมจะคว้าทั้งแชมป์ลีก คัพ, เอฟเอ คัพ และยูฟ่า คัพก็ตามที แต่เรดแนปป์แทบจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับทีมเลย แม้เค้าจะได้ขึ้นไปชูถ้วยเอฟเอ คัพที่สนามมิลเลเนียม สเตเดียม, คาร์ดิฟฟ์ก็ตามที ก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บอีกครั้งในช่วงปรี-ซีซั่น 2001/02 ในการเดินทางมาทัวร์สิงคโปร์และไทย โดยปีนั้นเค้าได้รับโหวตให้เป็นนักกีฬาที่ป๊อบปูล่าที่สุดเป็นอันดับที่ 2 รองจากเดวิด เบคแคม

โดยเค้ากลับมาลงสนามได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2001 เค้าลงเล่นและสามารถทำประตูได้ในเกมที่ชนะชาร์ลตัน 2-0 ที่สนามเดอะ วัลเลย์ โดยเรดแนปป์ลงเล่นให้ทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ทั้งสิ้น 308 เกม ยิงได้ 41 ประตู

ทอตแนม ฮอตสเปอร์
เรดแนปป์ย้ายมาสู่ทีมทอตแนม ฮอตสเปอร์ในยุคของเกลน ฮอดเดิลแบบไม่มีค่าตัวเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2002 โดยเค้าลงเล่นให้ทอตแนม ฮอตสเปอร์เกมแรกเมื่อ17 สิงหาคม 2002 ในเกมที่เสมอเอฟเวอร์ตันที่สนามกูดิสัน ปาร์ค ซึ่งผลเสมอ 2-2 โดยในเกมนั้นเรดแนปป์ผ่านบอลให้แมทธิว เอเธอริงตันทำประตูแล้วเป็นประตูแรกที่เกิดในฤดูกาลนั้นด้วย และเกมนั้นเป็นเกมแรกที่เวย์น รูนีย์ลงสนามครั้งแรกด้วย

เรดแนปป์ยิงประตูแรกในสีเสื่อของทอตแนม ฮอตสเปอร์ได้เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2002 ในเกมที่ชนะแอสตัน วิลล่า 1-0 ที่สนามไวท์ ฮาร์ท เลน โดยเป็นการยิงระยะ 30 หลาผ่านมือปีเตอร์ อังเคิลแมนเข้าไป

เรดแนปป์ลงเล่นให้ทอตแนม ฮอตสเปอร์ 49 เกม ทำได้ 4 ประตู ก่อนที่จะย้ายไปเซาแธมป์ตันในยุคที่มีแฮร์รี เรดแนปป์คุมทีมเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2005

เซาแธมป์ตัน
เรดแนปป์ย้ายมาร่วมทีมเซาแธมป์ตันเมื่ออายุ 31 ปี โดยย้ายมาแบบไม่มีค่าตัว โดยลงสนามครั้งแรกวันที่ 5 มกราคม 2005 ในนัดที่เสมอฟูแลม 3-3 ที่สนามเดอะ แมรรี เรดแนปป์ทำประตูให้เซาแธมป์ตันได้หลังจากย้ายมาร่วมทีมหลังจากเกมนั้นเพียง 3 วันในเกมที่พบกันนอร์ธแฮมป์ตัน ทาวน์ ที่สนามซิกฟิลด์ ในรายการเอฟเอ คัพ

แต่การเข้ามาของเรดแนปป์ก็ไม่สามารถช่วยให้เซาแธมป์ตันรอดพ้นการตกชั้นได้ เซาแธมป์ตันต้องตกไปเล่นในเดอะ แชมเปียนชิพ หลังจากอยู่ในลีกสูงสุดมา 27 ปี

ในระดับทีมชาติ
เป็นที่น่าแปลกใจอย่างมากเมื่อเจมี เรดแนปป์ถูกเรียกติดทีมชาติเค้ามักจะเกิดอาการบาดเจ็บในช่วงที่เก็บตัวเข้าร่วมแคมป์เสมอๆ ทำให้หมวกทีมชาติที่เค้าควรจะได้มีน้อยเกินไป จนเค้าคิดว่ากับทีมชาติอาจจะเป็นตัวซวยสำหรับเค้า

ในทีมชาติเค้าถูกเรียกเข้าร่วมทีมครั้งแรกในยุคบองเทอร์รี เวนาเบิล โดนเกมแรกเค้าลงเล่นในเกมกระชับมิตรกับโคลัมเบีย เมื่อวันที่ 6 กันยายน 1995 ที่สนามเวมบลีย์ โดยในเกมนั้นเรเน่ ฮิกิต้าสร้างความฮือฮาด้วยการเซฟประตูที่คนทั่วไปขนานนามให้ว่า “สกอร์เปียน คิก”

เรดแนป์ทำประตูแรกในการลงเล่นให้ทีมชาติได้เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 1999 ในเกมกระชับมิตรกับเบลเยี่ยม ที่สนามสเตเดียม ออฟ ไลท์ ซึ่งอังกฤษชนะไป 2-1 โดยเรดแนปป์ทำประตูได้ในนาทีที่ 67 ซึ่งเป็นการยิงด้วยเท้าซ้ายในระยะ 25 หลา

เรดแนปป์ติดทีมชาติทั้งสิ้น 17 ครั้ง โดยได้เข้าร่วมเล่นในรายการยูโร 96 แต่ไม่ติดทีมในการไปทำศึกฟุตบอลโลก 1998 และยูโร 2000


WWW.UFA266.COM

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *