นับถอยหลังสู่แชมป์!ลิเวอร์พูลจัดหนัก ‘ซาลาห์’ นำโป้งเวสต์แฮม

นับถอยหลังสู่แชมป์!ลิเวอร์พูลจัดหนัก ‘ซาลาห์’ นำโป้งเวสต์แฮม

นับถอยหลังสู่แชมป์!ลิเวอร์พูลจัดหนัก 'ซาลาห์' นำโป้งเวสต์แฮม

UFA266 NEWS : นับถอยหลังสู่แชมป์!ลิเวอร์พูลจัดหนัก ‘ซาลาห์’ นำโป้งเวสต์แฮม

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ต้องการเก็บชัยอีก 5 นัดเพื่อการันตีแชมป์ลีก เตรียมจัดทัพหนักโดยมี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นำปิดสกอร์เกมรับ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ที่ต้องสู้เพื่อหนีโซนตกชั้น ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 24 ก.พ. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 (เวลา : 03.00 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563
ลิเวอร์พูล   –   เวสต์แฮม
ถ่ายทอดสด
 : True Premier HD 1 (เวลา : 03.00 น.)

สนาม : แอนฟิลด์

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ”หงส์แดง” พาทีมทำสถิติชนะ 25 เสมอ 1 นำแมนฯ ซิตี้ อยู่ 19 แต้ม พวกเขาต้องการชนะอีกแค่ 5 เกมเพื่อการันตีการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้

ฟอร์มล่าสุดหงส์แดงออกไปแพ้แอตเลติโก มาดริด 0-1 ในบอลชปล.รอบ 16 ทีมนัดแรกโดย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ต้องรอกลางเดือนหน้าจึงจะคัมแบ็กได้

ดังนั้นกองกลางคล็อปป์จะต้องเลือกเอาว่า 3 คนจะเป็นใครที่ได้เป็นตัวจริงจาก 4 คนนี้คือ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, ฟาบินโญ่, นาบี เกอิต้า และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน

ด้าน เดวิด มอยส์ กุนซือทีม ”ขุนค้อน” พาทีมไม่ชนะ 7 นัดในทุกรายการและเป็น 6 นัดในลีกทำให้อันดับหล่นมาที่ 18 ในพื้นที่ตกชั้น

ฟอร์มล่าสุดเวสต์แฮม ยูไนเต็ดแพ้ให้กับแมนฯ ซิตี้ 0-2 ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดตกค้าง

เดอะ แฮมเมอร์สจะไม่มี ไรอัน เฟรเดอริกส์ แบ็กขวาที่เจ็บไหล่และทำท่าจะพักยาวด้วย

อังเดร ยาร์โมเลนโก้ ตัวรุกยูเครนที่เจ็บต้นขา และ แจ็ค วิลเชียร์ มิดฟิลด์ที่เจ็บโคนขาหนีบยังลงสนามไม่ได้เช่นเคย

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

 เวสต์แฮม (5-3-2) : ลูคัส ฟาเบียนสกี้ – ปาโบล ซาบาเลต้า, อิสซ่า ดิย็อป, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, อาร์กตูร์ มาซูอากู – โรเบิร์ต สน็อดกราสส์, เดแคลน ไรซ์, มาร์ค โนเบิล – เซบาสเตียง อาลแลร์, มิคาอิล อันโตนิโอ
ผู้จัดการทีม : เดวิด มอยส์

    ผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์

 

ผลการพบกันที่ผ่านมา
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน

30/01/20    พรีเมียร์ลีก    เวสต์แฮม    0 – 2 ลิเวอร์พูล
05/02/19    พรีเมียร์ลีก    เวสต์แฮม    1 – 1 ลิเวอร์พูล
12/08/18    พรีเมียร์ลีก    ลิเวอร์พูล    4 – 0 เวสต์แฮม
24/02/18    พรีเมียร์ลีก    ลิเวอร์พูล    4 – 1 เวสต์แฮม
05/11/17    พรีเมียร์ลีก    เวสต์แฮม    1 – 4 ลิเวอร์พูล
14/05/17    พรีเมียร์ลีก    เวสต์แฮม    0 – 4 ลิเวอร์พูล
11/12/16    พรีเมียร์ลีก    ลิเวอร์พูล    2 – 2 เวสต์แฮม

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
ลิเวอร์พูล

18/02/20    แพ้ แอต.มาดริด 0-1 (เยือน) ชปล.
16/02/20    ชนะ นอริช ซิตี้ 1-0 (เยือน)
04/02/20    ชนะ ชรูว์สบิวรี่ 1-0 (เหย้า) เอฟเอ คัพ
01/02/20    ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
29/01/20    ชนะ เวสต์แฮม 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

เวสต์แฮม
19/02/20    แพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
01/02/20    เสมอ ไบรท์ตัน 3-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
29/01/20    แพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
25/01/20    แพ้ เวสต์บรอมวิช 0-1 (เหย้า) เอฟเอ คัพ
23/01/20    แพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-4 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล

สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล
Liverpool FC Logo.svg
ชื่อเต็ม สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล
ฉายา The Reds
หงส์แดง (ฉายาในประเทศไทย)
ก่อตั้ง 3 มิถุนายน ค.ศ. 1892 (127 ปี)[1]
สนาม แอนฟีลด์
ความจุ 53,394[2]
เจ้าของ เฟนเวย์ สปอร์ต กรุป
ประธาน ทอม วอร์เนอร์
ผู้จัดการ เยือร์เกิน คล็อพ
ลีก พรีเมียร์ลีก
2018–19 พรีเมียร์ลีก, อันดับที่ 2
เว็บไซต์ เว็บไซต์สโมสร
สีชุดทีมเยือน
สีชุดที่สาม
 ฤดูกาลปัจจุบัน

สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล (อังกฤษLiverpool Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพตั้งอยู่ที่เมืองลิเวอร์พูลอังกฤษ แข่งขันอยู่ในพรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดของอังกฤษ โดยลิเวอร์พูลชนะเลิศ ยูโรเปียนคัพ 6 ครั้ง, ยูฟ่าคัพ 3 ครั้ง, ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 4 ครั้ง, ลีกสูงสุด 18 ครั้ง, เอฟเอคัพ 7 ครั้ง, ลีกคัพ 8 ครั้ง, เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 15 ครั้ง และ ฟุตบอลลีกซูเปอร์คัพ 1 ครั้ง

ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1892 และได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลลีกในปีต่อมา ลิเวอร์พูลใช้สนามแอนฟีลด์ตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร ช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์คือช่วงทศวรรษที่ 1970 ถึง 1980 เมื่อ บิลล์ แชงคลีบ๊อบ เพสลีย์โจ เฟแกน และ เคนนี แดลกลีช พาทีมคว้าแชมป์ลีก 11 ครั้ง และคว้าถ้วยรางวัลยูโรเปียน 4 ใบ ต่อมา ภายใต้การคุมทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ และกัปตัน สตีเวน เจอร์ราร์ด ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนลีกสมัยที่ 5 เมื่อปี ค.ศ. 2005 และสมัยที่ 6 ภายใต้การคุมทีมของ เยือร์เกิน คล็อพ เมื่อปี ค.ศ. 2019

ลิเวอร์พูลเป็นสโมสรฟุตบอลที่ทำเงินมากที่สุดในโลกอันดับที่ 9 เมื่อปี 2016–17 ด้วยรายได้ประจำปี 424.2 ล้านยูโร[3] และสโมสรฟุตบอลที่มูลค่ามากที่สุดในโลกอันดับที่ 8 เมื่อปี 2018 ด้วยมูลค่า 1.944 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[4] เป็นหนึ่งในสโมสรที่มีผู้สนับสนุนมากที่สุดในโลก[5] ลิเวอร์พูลมีการแข่งขันที่ยาวนานกับสโมสรคู่แข่งกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และ เอฟเวอร์ตัน

สโมสรได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมที่สำคัญ 2 ครั้ง ครั้งแรกที่โศกนาฏกรรมเฮย์เซลเมื่อปี ค.ศ. 1985 แฟนฟุตบอลทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันส่งผลให้อัฒจันทร์พังลงมา มีผู้เสียชีวิต 39 คน เป็นแฟนบอลยูเวนตุสชาวอิตาลี 32 คน, เบลเยียม 4 คน, ฝรั่งเศส 2 คน, และไอร์แลนด์ 1 คน และส่งผลให้ลิเวอร์พูลถูกสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรปแบนเป็นเวลา 6 ปี ต่อมาในปี ค.ศ. 1989 เกิดโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร แฟนบอลของลิเวอร์พูล 96 คนเสียชีวิต เนื่องจากมีคนแออัดเข้ามาชมเกมมากเกินความจุจึงทำให้อัฒจันทร์ยืนได้พังลงมา

ลิเวอร์พูลนั้นใช้เสื้อสีแดงและกางเกงขาสั้นสีขาวเป็นชุดแข่งขันมาตั้งแต่ ค.ศ. 1896[6] ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเต็มตัวเมื่อเล่นเป็นทีมเหย้าในปี ค.ศ. 1964 ฉายาในภาษาอังกฤษของลิเวอร์พูลคือ “The Reds” ในภาษาไทยคือ “หงส์แดง” มีเพลงประจำสโมสรคือ “You’ll Never Walk Alone”

ประวัติของสโมสร

จอห์น โฮลดิง ผู้ก่อตั้งสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล

จอห์น โฮลดิง นักธุรกิจชาวเมืองลิเวอร์พูลได้เช่าพื้นที่บริเวณ แอนฟีลด์ โรด เพื่อใช้สร้างสนามฟุตบอล และเมื่อสร้างเสร็จได้ให้เอฟเวอร์ตัน เช่าเป็นสนามแข่งขันฟุตบอล และเมื่อทีมเอฟเวอร์ตันได้เข้าสู่สมาชิกฟุตบอลลีก จอห์น โฮลดิง พยายามจะเข้าไปบริหารงานในทีมเอฟเวอร์ตันและได้เพิ่มค่าเช่าสนามที่ทีมฟุตบอลได้เช่าอยู่ใน ฝ่ายกลุ่มผู้บริหารของเอฟเวอร์ตันจึงยกเลิกสัญญาเช่าสนามฟุตบอล และทีมเอฟเวอร์ตันได้ย้ายสนามไปอีกฝากของสวนสาธารณะสแตนลีย์พาร์ก เพื่อไปสร้างสนามเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อสนามว่า กูดิสันพาร์ค ดังนั้น จอห์น โฮลดิง จึงต้องการสร้างทีมฟุตบอลขึ้นมา และ จอห์น โฮลดิง จึงไปชวนเพื่อนสนิทของเขาชื่อ จอห์น แมคเคนน่า มาทำหน้าที่ประธานสโมสรและได้ตั้งชื่อทีมฟุตบอลนี้ว่า Liverpool Football Club

รูปปั้น บิลล์ แชงคลี ด้านนอก แอนฟีลด์ โดยแชงคลีพาทีมเลื่อนชั้นและคว้าแชมป์ดิวิชันหนึ่งได้สำเร็จตั้งแต่ปี ค.ศ. 1947

หลังจากที่สโมสรลิเวอร์พูลก่อตั้งได้ไม่นาน ได้จัดการแข่งขัดนัดอุ่นเครื่อง ซึ่งเป็นการลงสนามนัดแรกของทีมลิเวอร์พูลกับทีมร็อตเตอร์แฮม ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมลิเวอร์พูลชนะไปด้วยผลการแข่งขัน 7-1 และลิเวอร์พูล ได้ลงแข่งขันฟุตบอลลีกของแคว้น แลงคาเชียร์ ปรากฏว่าลิเวอร์พูลลงแข่งทั้งหมด 22 นัด ชนะ 17 นัด และได้แชมป์ไปครอง ส่งผลให้ทางสโมสรสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกซึ่งได้รับการยอมรับและถูกคัดเลือกให้ลงเล่นในดีวิชั่น 2 ในฤดูกาล 1893-1894 สโมสรจึงได้เลือกสัญลักษณ์ของทีมเป็น นกลิเวอร์เบิร์ด (Liverbird) ซึ่งเป็นนกแถบทะเลไอริช บริเวณแม่น้ำเมอร์ซีย์ โดยที่ปากนกคาบใบไม้ไว้ ทีมลิเวอร์พูลได้ลงทำการแข่งขันอย่างเป็นทางในฟุตบอลลีก ดิวิชั่น 2 ในวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1893 โดยทีมลิเวอร์พูลออกไปเยือนทีมมิดเดิลสโบรห์ และทีมลิเวอร์พูลสามารถได้แชมป์มาครองโดยที่ไม่แพ้ทีมใดเลยตลอดทั้งฤดูกาล (ทั้งหมด 28 นัด) แต่การคว้าแชมป์ลีกดิวิชั่น 2 ในตอนนั้นยังไม่ได้เลื่อนชั้นโดยทันที ต้องไปแข่งนัดชิงดำกับทีมอันดับสองก่อน โดยทีมอันดับสองในขณะนั้นคือ ทีมนิวตัน ฮีธ (ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน) และลงแข่งขันที่สนามของทีมแบล็คเบิร์น ซึ่งทีมลิเวอร์พูลเอาชนะทีมนิวตัน ฮีธไปด้วยผล 2-0 และได้เลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ในที่สุด

สโมสรลิเวอร์พูลก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2435 และก้าวขึ้นมาเป็นสโมสรแนวหน้าของอังกฤษอย่างรวดเร็วจนประสบความสำเร็จเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศครั้งแรกในปี พ.ศ. 2444 (ฤดูกาล 1900/01) และครั้งที่สองในปี พ.ศ. 2449 (ฤดูกาล 1905/06) ครั้งที่ 3 และ 4 เป็นแชมป์สองฤดูกาลติดใน พ.ศ. 2465 กับ พ.ศ. 2466 (ฤดูกาล 1921/22 กับ 1922/23) แชมป์ลีกสูงสุดครั้งที่ 5 คือปี พ.ศ. 2490 (ฤดูกาล 1946/47) อย่างไรก็ตามลิเวอร์พูลพบกับช่วงตกต่ำต้องไปเล่นในในดิวิชัน 2 ใน พ.ศ. 2497 (ฤดูกาล 1953/54) ภายหลังจึงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสโมสรในปี พ.ศ. 2502 สโมสรได้แต่งตั้ง บิลล์ แชงก์คลี เป็นผู้จัดการทีม เขาได้เปลี่ยนแปลงทีมไปอย่างมาก จนประสบความสำเร็จได้เลื่อนชั้นในปี พ.ศ. 2505 (ฤดูกาล 1961/62) และได้แชมป์ลีกสูงสุดของประเทศอีกครั้งใน พ.ศ. 2507 (ฤดูกาล 1963/64) หลังจากรอคอยมานานถึง 17 ปี บิล แชงก์ลี คว้าแชมป์เอฟเอคัพเป็นถ้วยแรกของสโมสรลิเวอร์พูลในปี พ.ศ. 2508 (ฤดูกาล 1964/65) และคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 อีกครั้งในฤดูกาลต่อมา พ.ศ. 2509 (ฤดูกาล 1965/66) ความสำเร็จของแชงก์ลียังเดินหน้าต่อไป เมื่อลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่าคัพ พร้อมแชมป์ดิวิชั่น 1 ใน พ.ศ. 2516 (ฤดูกาล 1972/73) และเอฟเอคัพ อีกครั้งใน พ.ศ. 2517 (ฤดูกาล 1973/74) หลังจากนั้น บิลล์ แชงก์คลี ขอวางมือจากสโมสร โดยให้ผู้ช่วยของเขาสืบทอดตำแหน่ง ผู้จัดการทีมแทน นั่นคือ บ็อบ เพสส์ลี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *