ลิเวอร์พูลต้องไร้พ่ายถึงไหนจะครองสถิติยุโรป

ลิเวอร์พูลต้องไร้พ่ายถึงไหนจะครองสถิติยุโรป

ลิเวอร์พูลต้องไร้พ่ายถึงไหนจะครองสถิติยุโรป

UFA266 News :    ลิเวอร์พูลต้องไร้พ่ายถึงไหนจะครองสถิติยุโรป

เปิด 10 อันดับทีมที่ทำสถิติไร้พ่ายยาวนานสุดในลีกยุโรป โดยเบอร์ 1 เป็นของ เอซี มิลาน ช่วงต้นยุค 90 ขณะที่ ลิเวอร์พูล ขึ้นมารั้งอันดับ 7 แล้ว

ลิเวอร์พูล สร้างสถิติสวยหรูไม่แพ้ทีมไหนใน พรีเมียร์ลีก มา 40 เกมติดต่อกันเข้าไปแล้ว หลังบุกไปชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 2-1 ที่สนามโมลินิวซ์ กราวนด์  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา

“หงส์แดง” ไร้พ่าย 40 นัด ทาบสถิติอันดับสองตลอดกาลของ เชลซี ที่ทำได้ระหว่างปี 2004-2005 และเหลืออีก 9 นัดก็จะทาบสถิติสูงสุดใน พรีเมียร์ลีก ที่ อาร์เซน่อล ทำไว้ 49 นัด ในระหว่างปี 2003-2004

หาก ลิเวอร์พูล ยังไม่แพ้ไปเรื่อยๆ ก็จะทำสถิติทาบ “ปืนใหญ่” ในเกมไปเยือน แมนฯ ซิตี้ วันที่ 4 เมษายน และจะทำลายในเกมเปิดบ้านพบ แอสตัน วิลล่า วันที่ 11 เม.ย. นี้

อย่างไรก็ตาม “หงส์แดง” ยังอยู่ห่างไกลจากสถิติไม่แพ้ในลีกยาวนานสุดของยุโรป ที่ เอซี มิลาน ทำเอาไว้ถึง 58 เกมในระหว่างปี 1991-1993 ส่งผลให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องพาทีมไร้พ่ายไปจนถึงเดือนกันยายน ถึงจะมีโอกาสทำลายสถิตินี้ลงได้

  สถิติไร้พ่ายนานสุดในลีกยุโรป

1. เอซี มิลาน (1991-1993)        58 เกม
2. บาเยิร์น มิวนิค (2012-2014)         53 เกม
3. อาร์เซน่อล (2003-2004)         49 เกม
3. ยูเวนตุส (2011-2012)         49 เกม
5. บาร์เซโลน่า (2017-2018)        43 เกม
6. น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ (1977-1978)     42 เกม
7. เชลซี (2004-2005)             40 เกม
7. ฟิออเรนติน่า (1955-1956)        40 เกม
7. ลิเวอร์พูล (2019-2020)         40 เกม
10. เรอัล โซเซียดาด (1979-1980)        38 เกม

สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล

(อังกฤษLiverpool Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพตั้งอยู่ที่เมืองลิเวอร์พูลอังกฤษ แข่งขันอยู่ในพรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดของอังกฤษ โดยลิเวอร์พูลชนะเลิศ ยูโรเปียนคัพ 6 ครั้ง, ยูฟ่าคัพ 3 ครั้ง, ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 4 ครั้ง, ลีกสูงสุด 18 ครั้ง, เอฟเอคัพ 7 ครั้ง, ลีกคัพ 8 ครั้ง, เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 15 ครั้ง และ ฟุตบอลลีกซูเปอร์คัพ 1 ครั้ง

ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1892 และได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลลีกในปีต่อมา ลิเวอร์พูลใช้สนามแอนฟีลด์ตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร ช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์คือช่วงทศวรรษที่ 1970 ถึง 1980 เมื่อ บิลล์ แชงคลีบ๊อบ เพสลีย์โจ เฟแกน และ เคนนี แดลกลีช พาทีมคว้าแชมป์ลีก 11 ครั้ง และคว้าถ้วยรางวัลยูโรเปียน 4 ใบ ต่อมา ภายใต้การคุมทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ และกัปตัน สตีเวน เจอร์ราร์ด ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนลีกสมัยที่ 5 เมื่อปี ค.ศ. 2005 และสมัยที่ 6 ภายใต้การคุมทีมของ เยือร์เกิน คล็อพ เมื่อปี ค.ศ. 2019

ลิเวอร์พูลเป็นสโมสรฟุตบอลที่ทำเงินมากที่สุดในโลกอันดับที่ 9 เมื่อปี 2016–17 ด้วยรายได้ประจำปี 424.2 ล้านยูโร[3] และสโมสรฟุตบอลที่มูลค่ามากที่สุดในโลกอันดับที่ 8 เมื่อปี 2018 ด้วยมูลค่า 1.944 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[4] เป็นหนึ่งในสโมสรที่มีผู้สนับสนุนมากที่สุดในโลก[5] ลิเวอร์พูลมีการแข่งขันที่ยาวนานกับสโมสรคู่แข่งกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และ เอฟเวอร์ตัน

สโมสรได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมที่สำคัญ 2 ครั้ง ครั้งแรกที่โศกนาฏกรรมเฮย์เซลเมื่อปี ค.ศ. 1985 แฟนฟุตบอลทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันส่งผลให้อัฒจันทร์พังลงมา มีผู้เสียชีวิต 39 คน เป็นแฟนบอลยูเวนตุสชาวอิตาลี 32 คน, เบลเยียม 4 คน, ฝรั่งเศส 2 คน, และไอร์แลนด์ 1 คน และส่งผลให้ลิเวอร์พูลถูกสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรปแบนเป็นเวลา 6 ปี ต่อมาในปี ค.ศ. 1989 เกิดโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร แฟนบอลของลิเวอร์พูล 96 คนเสียชีวิต เนื่องจากมีคนแออัดเข้ามาชมเกมมากเกินความจุจึงทำให้อัฒจันทร์ยืนได้พังลงมา

ลิเวอร์พูลนั้นใช้เสื้อสีแดงและกางเกงขาสั้นสีขาวเป็นชุดแข่งขันมาตั้งแต่ ค.ศ. 1896[6] ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเต็มตัวเมื่อเล่นเป็นทีมเหย้าในปี ค.ศ. 1964 ฉายาในภาษาอังกฤษของลิเวอร์พูลคือ “The Reds” ในภาษาไทยคือ “หงส์แดง” มีเพลงประจำสโมสรคือ “You’ll Never Walk Alone”


WWW.UFA266.COM

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *