ล็อกถล่ม!ฉัตรชัยโดนเวียดนามน็อกยกแรกยังต้องลุ้นไปโอลิมปิก

ล็อกถล่ม!ฉัตรชัยโดนเวียดนามน็อกยกแรกยังต้องลุ้นไปโอลิมปิก

ล็อกถล่ม!ฉัตรชัยโดนเวียดนามน็อกยกแรกยังต้องลุ้นไปโอลิมปิก

UFA266 News :    ล็อกถล่ม!ฉัตรชัยโดนเวียดนามน็อกยกแรกยังต้องลุ้นไปโอลิมปิก

“เจ้าสด” ฉัตรชัยเดชา บุตรดี ตัวเต็งทีมกำปั้นไทยรุ่น 57 กก. พลาดท่าพ่ายอาร์เอสซี นักชกเวียดนามอย่างเหลือเชื่อเพียงแค่ยกแรก ในการชกรอบ 8 คนสุดท้าย มวยสากลสมัครเล่น รอบคัดเลือก โอลิมปิก 2020 ที่ จอร์แดน เมื่อ 9 มี.ค.63 ที่ผ่านมา

การชกจบลงรวดเร็วเกินคาด ฉัตรชัยเดชา พลาดท่าโดนหมัดของนักชกเวียดนามแม้จะไม่เต็มหมัดแต่ก็ทำให้เสียหลักล้มลงไปให้กรรมการนับแปด แม้จะลุกขึ้นมาได้แต่ “เจ้าสด” ก็มาพลาดโดนฮุคซ้ายเข้ากกหูจนร่วงลงไปอีก กรรมการปราดเข้านับแล้วส่งสัญญาณให้พร้อมสู้แต่ ฉัตรชัยเดชา ไม่ยอมยกการ์ดขึ้นมาแสดงความพร้อม จึงทำให้กรรมการโบกมือยุติการชก ให้ เหวียน ฟาน ดอง ชนะอาร์เอสซี เพียงแค่ยกแรกเท่านั้น

ทั้งนี้ “เจ้าสด” ยังไม่หมดโอกาส โดยจะชกกับผู้แพ้อีกคู่ในสายของตนเอง ถ้าเอาชนะได้ก็จะคว้าตั๋วไป โอลิมปิก โตเกียว2020

ส่วนผลการชกของนักชกไทยคนอื่นๆ ในรุ่นน 60 กก. หญิง สุดาพร สีสอนดี ชนะคะแนน เรย์โคห์น่า โคดิโรว่า (อุซเบกิสถาน) 5-0 คว้าโควต้าโอลิมปิกเป็นคนที่3 ให้กับทัพมวยสากลทีมชาติไทย พร้อมกับเป็นผู้หญิงคนที่ 3 ที่ได้ไปแข่งขันมวยสากลโอลิมปิก

รุ่น 51 กก. หญิง จุฑามาศ จิตรพงษ์ แพ้คะแนน นามิกิ ซึกิมิ( ญี่ปุ่น) 0-5 ต้องไปชิงโควต้ากับนักชก อุซเบกิสถาน ที่อยู่สายเดียวกันโดยรุ่นนี้มีโควต้า 6 คน

รุ่น 69 กก. ชาย ชิงอันดับ5รอบแรก วุฒิชัย มาสุข แพ้คะแนน ซีวอร์นเรส โอกาซาว่า(ญี่ปุ่น)1-4 พลาดคว้าตั๋วไปโอลิมปิก

จ่าสิบตรี ฉัตร์ชัย บุตรดี หรือ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี

(ชื่อเล่น: สด; สังกัดกองทัพภาคที่ 1) เกิดวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2528 ที่อำเภอตาพระยา จังหวัดปราจีนบุรี (ปัจจุบัน คือ จังหวัดสระแก้ว) เป็นนักมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย จบจากโรงเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารราบ

ประวัติ

ฉัตร์ชัย บุตรดี จบการศึกษามัธยมศึกษาจากโรงเรียนปทุมคงคา และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะศึกษาศาสตร์ สถาบันการพลศึกษาสุโขทัย และปริญญาโท หลักสูตร รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยทองสุข[2] ชีวิตครอบครัว สมรสกับ จุฑารัตน์ เนียมสุ่ม (จิ๊บ) ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2555[3] ฉัตร์ชัยเป็นคนที่ชื่นชอบกีฬาหลายประเภท และชื่นชอบทีมอาร์เซนอล เป็นการส่วนตัว[4]

ฉัตร์ชัยเคยชกมวยไทยมาก่อนในชื่อ “ตาพระยา กิมเชียงก่อสร้าง” ประมาณ 80 ครั้ง แต่ทว่าไม่ประสบความสำเร็จ

จึงหันมาชกมวยสากลสมัครเล่นในปี พ.ศ. 2548 ปรากฏว่าชกได้ดี จนกระทั่งได้ติดทีมชาติไทยชุด B และเป็นตัวแทนในรุ่นฟลายเวท (50 กิโลกรัม) สืบต่อจาก สมจิตร จงจอหอ ที่แขวนนวมไปหลังจากจบการแข่งขันโอลิมปิก 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

โดยผลงานการชกของฉัตร์ชัย เกียรติประวัติสูงสุด คือการคว้าแชมป์ปรีโอลิมปิก ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2550 และก่อนหน้านั้นก็คว้าแชมป์ประเทศไทยมาแล้ว 2 สมัย

ในการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 31 ที่กรุงเทพมหานคร ในปี เดือนเมษายน พ.ศ. 2552 ซึ่ง วรพจน์ เพชรขุ้ม ได้เกิดอาการบาดเจ็บ ฉัตร์ชัยจึงถูกดันขึ้นมาชกในรุ่นแบนตั้มเวท (54 กิโลกรัม) นี้แทน และถือเป็นการชกในนามทีมชาติไทยชุด A เป็นครั้งแรก ซึ่งฉัตร์ชัยก็สามารถคว้าเหรียญทองมาครองได้ในที่สุด [5]

จากนั้นในปลายปีเดียวกัน ฉัตร์ชัยจึงเป็นตัวแทนทีมชาติไทยในรุ่นแบนตั้มเวท ในการแข่งขันซีเกมส์ 2009 ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ซึ่งฉัตรชัยก็สามารถโชว์ฟอร์มการชกได้อย่างน่าประทับใจ โดยในรอบแรกสามารถเอาชนะ ฮวน ทิปอน จากฟิลิปปินส์ เจ้าของเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่งเคยชนะวรพจน์มาด้วยในครั้งนั้น ด้วยจำนวน 4-9 หมัด และเป็นฝ่ายเอาชนะ มาเทียส มาดินกาน จากอินโดนีเซีย 11-2 หมัด ไปในรอบชิงชนะเลิศคว้าเหรียญทองมาได้ และยังคว้ารางวัลนักมวยยอดเยี่ยม หรือ Best Boxer ไปได้อีกด้วย[6] โดยฉัตร์ชัยถือเป็นนักมวยถนัดซ้าย ซึ่งหาได้ยากในวงการมวยสากลสมัครเล่นของไทย

หลังการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ฉัตร์ชัย ได้ทำการเปลี่ยนชื่อเป็น ฉัตร์ชัยเดชา เนื่องจากมีความคิดที่จะแก้เคล็ดที่ทำอะไรติดขัดและเสริมสิริมงคลของตนเอง


WWW.UFA266.COM

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *