เซ่นเจ็บอาซาร์! เรอัล มาดริดแย่บุกแพ้เลบันเต้ ตามจ่าฝูงบาร์ซ่า2แต้ม

เซ่นเจ็บอาซาร์! เรอัล มาดริดแย่บุกแพ้เลบันเต้ ตามจ่าฝูงบาร์ซ่า2แต้ม

เซ่นเจ็บอาซาร์! เรอัล มาดริดแย่บุกแพ้เลบันเต้ ตามจ่าฝูงบาร์ซ่า2แต้ม

UFA266 News :        เซ่นเจ็บอาซาร์! เรอัล มาดริดแย่บุกแพ้เลบันเต้ ตามจ่าฝูงบาร์ซ่า2แต้ม

เรอัล มาดริด ชวดโอกาสกลับขึ้นไปรั้งจ่าฝูงอีกครั้ง หลังบุกไปพ่ายให้ เลบันเต้ 1-0 ส่งผลให้ลูกทีมของ ซีดาน ไม่ชนะมา 2เกมติดต่อกันในลีก ที่สำคัญวีกนี้นอกจากจะตกจากจ่าฝูงหลังโดน บาร์เซโลน่า แซงขึ้นนำหัวตารางถึงสองคะแนน ยังต้องมาเช็กอาการบาดเจ็บของ เอแดน อาซาร์ อีกว่าจะหายทันเจอกับ แมนฯ ซิตี้ ในเกมชปล.หรือไม่

สนาม : เอสตาดิโอ ซิวดาด เด บาเลนเซีย

เรอัล มาดริด ต้องหล่นมาเป็นรองจ่าฝูง หลังบาร์เซโลน่าแซงขึ้นนำไปก่อนหน้านี้ทำให้เกมบุกไปเยือน เลบันเต้ ที่ ซิวดาด เด บาเลนเซีย ต้องคว้าชัยให้ได้อย่างเดียวเพื่อแซงเจ้าบุญทุ่มขึ้นนำจ่าฝูงเหมือนเดิม

ออกสตาร์ทครึ่งแรกมา “ราชันชุดขาว” บดอย่างหนัก นาทีที่ 7 ดาเนี่ยล กาบาฆัล ผ่านบอลให้ คาริม เบนเซม่า กดด้วยขวาแต่บอลยังไม่ผ่านมือ ไอตอร์ เฟร์นานเดซ

อีกสองนาทีถัดมา เอแดน อาซาร์ ได้หลุดเข้าไปในกรอบก่อนจะโยกเข้าขวาแล้วยิงเลียดไปเข้ามือนายด่าน เลบานเต้

ชุดขาวยังกระหน่ำบุกมาติดๆ นาที 11 อีสโก้ แทงบอลให้ เบนเซม่า หลุดเข้าไปยิงด้วยขวาแต่บอลมันใกล้เท้าทำให้ยิงเบาไปเข้ามือโกลเจ้าถิ่น จากนั้นไม่ถึงนาที ลูก้า โมดริช ได้กดด้วยขวาแบบไม่จับกลางประตู บอลพุ่งได้เสียวแต่ก็ยังไปตรงตัว ไอตอร์ เฟร์นานเดซ

นาที 16 ไอตอร์ แฟร์นานเดซ โชว์เหวอออกมาชกบอลพลาด บอลไปเข้าทาง คาเซมิโร่ โขกสวนตูมเดียวเข้าไป บอลจะเข้าอยุ่แล้วแต่ถากเสาออกไปแบบได้เสียว

นาที 32 มาร์เซโล่ จ่ายบอลให้ ลูก้า โมดริช หลุดเข้าไปยิงด้ายขวาและเป็นอีกหนที่บอลสูงและหลุดกรอบออกไป

ทดเจ็บครึ่งแรก อาซาร์ ได้โอกาสหวดอีกครั้งแต่ จังหวะนี้ยังไม่ดีพอบอลปั่นด้วยขวาพุ่งไปเข้ามือ เฟร์นานเดซ ทำให้จบครึ่งแรก เลบันเต้ ยังเสมอกับ เรอัล มาดริด 0-0

ครึ่งหลัง นาที 53 เรอัล มาดริด ปล่อยโอกาสทองที่จะขึ้นนำให้หลุดลอยหายไปอีกหน เมื่อ เอแดน อาซาร์ ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับ เฟร์นานเดซ แต่อดีตแข้งสิงห์บลูส์ดันยิงไปตรงตัวนายด่านทีมเยือนอย่างน่าเสียดาย

เกมผ่านไปครบหนึ่งชั่วโมง เจ้าถิ่นสวนกลับเกือบได้ขึ้นนำเช่นกันหลัง นิโกล่า วุคเซวิช จ่ายเข้ากลางให้ โรเคร์ มาร์ตี้ กดด้วยขวาเน้นๆแต่บอลพุ่งไปเข้ามือ ติโบลต์ กูร์กตัวส์

นาที 67 ซีดาน ปรับหมากบ้างส่ง วินิซิอุส จูเนียร์ลงไปเล่น เอแดน อาซาร์ ที่มีอาการเจ็บเล็กน้อย ขณะที่เจ้าบ้านเปลี่ยนแนวรุกเช่นกันถอดเอา มาร์ตี้ ออกแล้วส่ง กอนซาโล่ เมเลโร่ ลงเล่นแทน

นาที 79 เสียงแฟนบอลไอค้างคาวน้อยดังลั่นทั่วสนาม เมื่อ เลบันเต้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะตักบอลข้ามหัวแนวรับชุดขาวให้ โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส สปีดวิ่งไปซัดบอลมุมแคบแบบไม่จับ บอลพุ่งหนีมือ  ติโบลต์ กูร์กตัวส์ เข้าไปอย่างสวยงาม

ช่วงเวลาที่เหลือ เรอัล มาดริด พยายามทวงประตูตีเสมอให้ได้แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมพอ ทำให้จบเกม เลบันเต้ เบียดเอาชนะ เรอัล มาดริด แบบสนุก 1-0 ส่งผลให้เจ้าถิ่นพุ่งขึ้นอันดับ 10 มี 32 คะแนน ส่วนทางฝั่ง “ราชันชุดขาว” ชวดแซงจ่าฝูงคืนทำให้จบวีกที่ 25 รั้งรองจ่าฝูงใร 53 คะแนน ตามหลังบาร์ซ่า 2 คะแนน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

  เลบันเต้ (4-4-2) ไอตอร์ เฟร์นานเดซ – ฆอร์เค่ มิรามอน, บรูโน่, เซร์คิโอ ปอสตีโก้, โตนโญ่ การ์เซีย – โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส (ปาโบล มาร์ติเนซ น.81), โฆเซ่ กัมปานญ่า, นิโกล่า วุคเซวิช ,เอนีส บาร์ดี้ – บอร์ฆา มาโยรัล (เซร์คิโอ เลออน น.88), โรเคร์ มาร์ตี้ (กอนซาโล่ เมเลโร่ น.67)

เรอัล มาดริด (4-3-3) ติโบลต์ กูร์กตัวส์-ดานี่ การ์บาฆาล,ราฟาแอล วาราน,เซร์คิโอ รามอส,มาร์เซโล่ – ลูก้า โมดริช (เฟเดอริโก้ บัลเบร์เด้ น.81), เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่, โทนี่ โครส – อีสโก้ (ลูกัส บาซเกซ น.73) ,คาริม เบนเซม่า, เอแดน อาซาร์ (วินิซิอุส จูเนียร์ น.67)
 

เอแดน มีกาแอล อาซาร์

(ฝรั่งเศสEden Michael Hazard) เกิดวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 1991 ที่เมืองลาลูเวียร์ ประเทศเบลเยียม เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุก หรือ ปีก ปัจจุบันเล่นให้กับเรอัลมาดริด​ อาซาร์มีจุดเด่นด้านการเล่นแบบสร้างสรรค์ ความเร็ว และความสามารถพิเศษ และได้รับการกล่าวว่าเป็น “กองกลางตัวรุกที่สามารถเปลี่ยนเกมด้วยการเลี้ยงลูกฟุตบอล”[4][5][6] รวมไปถึงได้รับฉายาว่า “นักฟุตบอลที่เป็นฝันร้ายของกองหลัง” ซึ่งเขาได้รับการเปรียบเทียบความสามารถทักษะและลีลาการเล่นจากสื่อมวลชนและผู้จัดการทีม กับลิโอเนล เมสซิ เจ้าของรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี และคริสเตียโน โรนัลโด รวมถึงแกเร็ธ เบล อาซาร์เคยติดรายชื่อผู้เล่นยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2014-2015 [4][7][8][9][10][11][12]

อาซาร์เป็นลูกชายของอดีตนักฟุตบอลชาวเบลเยียม และเริ่มต้นการเล่นฟุตบอลอาชีพในประเทศเบลเยียมกับรัวยาลสตาดแบรนัว สโมสรท้องถิ่น และตูว์บีซ ต่อมาในปี พ.ศ. 2548 เขาได้ย้ายมาเล่นให้กับลีล สโมสรในลีกเอิง โดยอาซาร์ใช้เวลา 2 ปีกับอคาเดมีของสโมสร และเมื่ออายุ 16 ปี เขาได้เล่นกับสโมสรชุดใหญ่ ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2550 เขาได้กลายเป็นผู้เล่นตัวหลักของสโมสรภายใต้การคุมทีมของรูดี การ์ซีอา ด้วยการลงเล่นมากกว่า 190 นัด ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เขาได้ลงเล่น และเขายังได้รับรางวัลสหภาพนักฟุตบอลอาชีพนานาชาติ (UNFP) และนักฟุตบอลเยาวชนยอดเยี่ยมแห่งปี และเป็นผู้เล่นคนแรกที่ไม่ใช่ชาวฝรั่งเศสที่ได้รับรางวัลนี้[13] ในฤดูกาล 2009–10 อาซาร์เป็นผู้เล่นคนแรกที่ได้รับรางวัล 2 ครั้งติดต่อกัน[14] และเขายังได้รับการคัดเลือกเป็นทีมยอดเยี่ยมแห่งปีอีกด้วย

ในฤดูกาล 2010–11 เขาได้เป็นผู้เล่นตัวหลักของลีล และในฤดูกาลนั้น ลีลคว้าดับเบิลแชมป์ (ฟุตบอลลีกและฟุตบอลถ้วย) และยังทำให้เขาได้รับรางวัลผู้เล่นแห่งปีของลีกเอิง และรางวัลผู้เล่นเยาวชนยอดเยี่ยม[15] อีกทั้งยังได้รับรางวัล บราโวอะวอร์ด จากกูเอรินสปอร์ตีโว นิตยสารในประเทศอิตาลี สำหรับการเล่นของเขาในฤดูกาล 2010–11[16] ต่อมาในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2555 เขาได้ออกจากลีล ซึ่งเขาผูกพันกับสโมสรนี้มานานมากกว่า 8 ปี ไปอยู่กับเชลซี ในประเทศอังกฤษ ด้วยค่าตัว 32 ล้านปอนด์

ในด้านทีมชาติ อาซาร์ลงสนามให้เบลเยียมตั้งแต่อายุ 17 ปีในเกมกับลักเซมเบิร์กในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2008 โดยลงมาเป็นตัวสำรองช่วงท้ายเกม และได้ติดทีมชาติอีก 28 นัดหลังจากนั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *