เมสซี่ตะบัน4เม็ดรวด! บาร์ซ่าถล่มเออิบาร์-หอกตัวใหม่ประเดิม

เมสซี่ตะบัน4เม็ดรวด! บาร์ซ่าถล่มเออิบาร์-หอกตัวใหม่ประเดิม

เมสซี่ตะบัน4เม็ดรวด! บาร์ซ่าถล่มเออิบาร์-หอกตัวใหม่ประเดิม

UFA266 News :     เมสซี่ตะบัน4เม็ดรวด! บาร์ซ่าถล่มเออิบาร์-หอกตัวใหม่ประเดิม

ลิโอเนล เมสซี่ งัดฟอร์มสุดยอดหลังใช้เวลาเพียง 40 นาทีตะบันแฮตทริกใส่ เออิบาร์ ก่อนครึ่งหลังจะบวกอีกลูกกลายเป็นซัดคนเดียว 4 ประตูก่อนจบเกมจะไล่ถล่ม เออิบาร์ ยับเยิน 5-0 แซงเรอัล มาดริดขึ้นจ่าฝูงชั่วคราว ทั้งเกมนี้ มาร์ติน เบรธเวท ดาวยิงตัวใหม่ที่ “เจ้าบุญทุ่ม” เซ็นมาฉุกเฉินประเดิมฟอร์มแจ่มในเกมนี้

เริ่มเกมมาได้แค่ 14 นาที เจ้าบุญทุ่มออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ อิวาน ราคิติช แทงให้เมสซี่เลี้ยงแหวกจากนอกกรอบเข้าไปยิงด้วยซ้ายผ่านนายด่านเออิบาร์เข้าไป

เข้าสู่นาทีที่ 37 สกอร์ของแชมป์เก่านำห่างเป็น 2-0 คราวนี้ เมสซี่ แผลงฤทธิ์เหมือนเดิม รับบอลจาก วิดาล ก่อนจะซัดเลียดเข้าไปอย่างง่ายดาย

แนวรับทีมเยือนต้านไม่อยู่ ถัดมาอีก 3 นาที แนวรับของเออิบาร์จ่ายบอลพลาด เมสซี่ วิ่งมาตัดบอลก่อนเลี้ยงเข้ากรอบแล้วจ่ายให้ กรีซมันน์ จะยิงประตูอยู่แล้วแต่โดน อับบาโร่ เตเฆโร่ แนวรับทีมเยือนสกัดมาเข้าทาง เมสซี่ อีกครั้งก่อนที่ซัลโวเข้าไปไม่เหลือ เป็นแฮตทริกในเกมนี้โดยใช้เวลา 40 นาที และเป็นแฮตทริกที่ 36 ในลาลีกาของเจ้าตัว ก่อนจบครึ่งแรกพา บาร์เซโลน่า นำโด่งเหนือเออิบาร์ 3-0

ครึ่งหลัง นาที 72 เจ้าถิ่นส่ง มาร์ติน เบรธเวท ดาวยิงตัวใหม่ที่เจ้าบุญทุ่มเซ็นฉุกเฉินตามกฎ ลา ลีกา เข้ามาเสริมทัพจากเลกาเนส โดยลงมาแทน อองตวน กรีซมันน์ และเพียงแค่การประเดิมเกมแรกก็โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยม นาที 87 พลิกตัวถึงเส้นหลังแล้วครอสมาหน้าประตู บอลโดน มาร์โก้ มิโตรวิช มือกาวของทีมเยือนปัดก่อนมาเข้าทาง ลิโอเนล เมสซี่ ยิงเข้าไปโล่งๆ ให้บาร์เซโลน่า นำห่าง 4-0 และเป็นเม็ดที่ 4 ของดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ในเกมนี้ พร้อมนำดาวซัลโวที่ 18 ประตู

ก่อนจบเกมแค่นาทีเดียว คราวนี้ มาร์ติน เบรธเวท เกือบพังสกอร์แรกในคัมป์ นูได้หลังยิงไปติดเซฟของ มาร์โก้ มิโตรวิช บอลมาเข้าทาง อาร์ตูร์ เมโล่ ซ้ำเข้าไปไม่พลาด จบเกม บาร์เซโลน่า ไล่ถล่ม เออิบาร์ ขาดลอย 5-0 เก็บอีกสามคะแนนมีเพิ่มเป็น 55 แต้ม แซง เรอัล มาดริด ที่แข่งน้อยกว่าและมี 53 แต้ม ขึ้นนำจ่าฝูงชั่วคราว

 

ลิโอเนล อันเดรส เมสซิ กูซิตินิ

(สเปนLionel Andrés Messi Cuccittini,[4] เสียงอ่าน: [ljoˈnel anˈdɾes ˈmesi]; เกิด 24 มิถุนายน ค.ศ. 1987) เป็นนักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหน้าให้กับบาร์เซโลนา และทีมชาติอาร์เจนตินา เขายังถือสัญชาติสเปนอีกด้วย ซึ่งทำให้เขาถือว่าเป็นนักฟุตบอลยุโรป เขาเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในรุ่นของเขาเอง[5][6][7] และมักถูกกล่าวถึงว่าเป็นผู้เล่นร่วมสมัยที่ดีที่สุดในโลก[8]

เมสซิได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปีเมื่อเขาอายุ 21 ปี และได้รับรางวัลในปี ค.ศ. 2009 (นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปี ค.ศ. 2009)[8][9][10][11] และได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี ค.ศ. 2010[12] ,2011 และ 2012 สไตล์การเล่นของเขาและความสามารถ มักถูกเปรียบเทียบเสมอดิเอโก มาราโดนา ซึ่งพูดถึงเมสซิว่าเป็นผู้สืบทอดจากเขา[13][14]

เมสซิเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุยังน้อยและบาร์เซโลนาก็ค้นพบแนวโน้มที่ดีของเขาอย่างรวดเร็ว เขาออกจากทีมเยาวชนสโมสรกีฬานิวเวลส์โอลด์บอยส์ เมืองโรซาริโอ เมื่อปี ค.ศ. 2000 และย้ายพร้อมครอบครัวไปอยู่ยุโรป โดยบาร์เซโลนาเสนอในการรักษาภาวะขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโตให้กับเมสซิ เขาเปิดตัวครั้งแรกในฤดูกาล 2004–05 โดยทำลายสถิติทีม โดยเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูในลีก เกียรติประวัติในฤดูกาลแรกของเขาคือชนะการแข่งขันในลาลิกา และชนะครั้งที่ 2 ในลีก รวมถึงในแชมเปียนส์ลีก ในปี ค.ศ. 2006 ฤดูกาลแจ้งเกิดของเขาคือฤดูกาล 2006–07 เขาเป็นผู้เล่นในทีมชุดใหญ่เต็มตัว โดยทำแฮตทริกในเอลกลาซิโก จบฤดูกาลยิงประตู 14 ประตู ใน 26 เกมในลีก จากนั้นเมสซิก็ประสบความสำเร็จที่สุดในอาชีพของเขาในฤดูกาล 2008–09 ยิงประตู 38 ประตู เป็นส่วนสำคัญของทีมในการชนะ 3 รายการในฤดูกาลเดียว แต่แล้วสถิตินี้ก็ถูกบดบังไปในฤดูกาลถัดมา ฤดูกาล 2009–10 ที่เมสซิยิงประตูไป 47 ประตูในทุกการแข่งขัน เทียบเท่าสถิติของโรนัลโดที่เคยทำให้กับบาร์เซโลนา แต่เขาก็ทำลายสถิตินี้ในฤดูกาล 2010–11 กับประตู 53 ประตูในทุกการแข่งขัน แต่สถิติการยิงประตูสูงสุดของเมสซิเกิดขึ้นในฤดูกาลถัดมา คือฤดูกาล 2011-12 ซึ่งเขายิงประตูรวมในทุกการแข่งขันได้ถึง 82 ประตู [15] และในปี 2012 นี้ เมสซิยังสามารถทำลายสถิติยิงมากที่สุดใน 1 ปีปฏิทินของเกิร์ด มึลเลอร์ ซึ่งทำไว้ที่ 85 ประตูใน 1 ปีตั้งแต่ปี 1972 โดยเมสซิได้ทำสถิติใหม่ไว้สูงถึง 91 ประตู ใน 1 ปี ปฏิทินเลยทีเดียว[16]

เมสซิเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ชนะเลิศในลาลิกา 8 ครั้ง แชมเปียนส์ลีก 4 ครั้ง โดยยิงประตูได้ 2 ประตูในนัดตัดสิน ในนัดชิงแชมเปียนส์ลีกกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทั้งในปี ค.ศ. 2009 และ 2011 โดยเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำนัดในปี 2011 ด้วย อีกทั้งยังมีส่วนสำคัญกับทุกประตูในนัดชิงชนะเลิศปี 2015 กับยูเวนตุส เขาไม่ได้ลงสนามในนัดที่บาร์เซโลนาชนะอาร์เซนอลในปี ค.ศ. 2006 เนื่องจากอาการบาดเจ็บ แต่ก็ได้รับเหรียญทองในฐานะผู้ชนะในการแข่งขัน

หลังจากยิง 12 ประตูในแชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 2010–11 ทำให้เมสซิเป็นนักฟุตบอลที่ยิงประตูได้สูงสุดใน 1 ฤดูกาลเทียบเท่า รืด ฟัน นิสเติลโรย และยิงประตูรวมสูงสุดในแชมเปี้ยส์ลีกอันดับ 3 รองจากเกิร์ด มึลเลอร์และฌ็อง-ปีแยร์ ปาแป็ง เมสซิทำลายสถิติยิงสูงสุดใน 1 ฤดูกาลขึ้นครองสถิติคนเดียวในฤดูกาลถัดมา คือ 2011-12 ด้วยจำนวนประตู 14 ประตูใน 1 ฤดูกาล และนั่นทำให้เมสซิเป็นคนแรกที่ได้รับรางวัลผู้ทำประตูสูงสุดในแชมเปียนส์ลีก 4 ปีติดต่อกัน หลังจากที่แชมเปียนส์ลีกเปลี่ยนระบบการแข่งขันในปี ค.ศ. 1992[17] ในฤดูกาล 2014-15 เมสซิสามารถทำลายสถิติยิงประตูสูงสุดในแชมเปียนส์ลีกของราอุล กอนซาเลซ ที่ทำไว้ 71 ประตูลงได้ และครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของแชมเปี้ยส์ลีกร่วมกับคริสเตียโน โรนัลโดหลังจบฤดูกาล 2014-15 ที่ 77 ประตู [18]

ปัจจุบัน เมสซิ เป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา เขาเล่นให้กับทีมชาติครั้งแรกในรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ยังอยู่ในชุดชนะเลิศถ้วยฟุตบอลโลกเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี.ในปี 2005 โดยเป็นผู้ทำประตูสูงสุดถึง 6 ประตู รวมถึง 2 ประตูในนัดชิงชนะเลิศ และได้รับรางวัลโกลเดนบอลหรือผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำรายการแข่งขัน หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติอาร์เจนตินา ชุดใหญ่ และในปี ค.ศ. 2006 เขาเป็นนักฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินาที่อายุน้อยที่สุดที่เล่นในฟุตบอลโลก ในปีถัดมาเขายังพาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศโกปาอาเมริกา เขาได้รางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมอีกด้วย และในปี ค.ศ. 2008 เขาได้รับเหรียญทองในกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ที่ปักกิ่ง, ในปี 2014 เมสซินำทีมชาติอาร์เจนตินาเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกกับทีมชาติเยอรมัน แต่แพ้ไป 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เมสซิได้รับรางวัลโกลเดนบอลและผู้เล่นทรงคุณค่าของรายการแข่งขันด้วย, และในช่วงเวลาต่อมาเข้ายังพาทีมผ่านเข้าชิงชนะเลิศโกปาอาเมริกาถึง 2 ครั้งในปี 2015 และ 2016 ซึ่งแพ้ให้กับชิลี ทั้ง 2 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *