แอนฟิลด์ที่รัก! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล รับมือ บอร์นมัธ

แอนฟิลด์ที่รัก! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล รับมือ บอร์นมัธ

แอนฟิลด์ที่รัก! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล รับมือ บอร์นมัธ

UFA266 NEWS : แอนฟิลด์ที่รัก! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล รับมือ บอร์นมัธ

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จำเป็นอย่างยิ่งต้องเรียกความมั่นใจกลับมาให้เร็วที่สุดหลังจากแพ้ติดต่อกัน 2 เกมที่ผ่านมา แถมยังแพ้การเล่นเกมเยือน 3 แมตช์ติดและยิงไม่ได้เลย โดยแมตช์นี้พวกเขาต้องรับมือ บอร์นมัธ ที่สนามแอนฟิลด์ เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 7 มีนาคมนี้

ฟอร์มในช่วงที่ผ่านมาของ “เดอะ เร้ดส์” ค่อนข้างมีปัญหาเหลือเกิน ทั้งเกมรับก็รั่ว, แดนกลางก็อ่อนยวบ ส่วนเกมรุกก็ขาดความเฉียบคม อย่างไรก็ตาม เจอร์เก้น คล็อปป์ คงจับลูกทีมติวเข้มเต็มที่ เพราะพวกเขาต้องสร้างความสุขในการเล่นต่อหน้าสาวก “เดอะ ค็อป” ที่สนามเหย้าของตัวเอง

แน่นอนว่าการขาด จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ทำให้การเล่นของ ลิเวอร์พูล ไม่ดุดันเหมือนเดิม แต่การที่พวกเขาได้เล่นในแอนฟิลด์ อย่างน้อยๆ เสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มน่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะกระตุ้นเหล่าพลพรรค “หงส์แดง” พร้อมสู้ถวายชีวิตเพื่อความสุของแฟนบอล

1. เฮนโด้ พร้อมหรือยัง ?
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไม่ได้ลงสนามช่วยทีมนับตั้งแต่ที่ “หงส์แดง” แพ้ แอตเลติโก มาดริด ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ศึกยูฟ่า แชมปี้ยนส์ ลีก เนื่องจากได้รับาดเจ็บที่เอ็นกล้ามเนื้อหลังต้นขา และการขาดหายไปของกัปตันเฮนโด้ ทำให้แดนกลางของทีมอ่อนยวบทันตาเห็น

ตอนนี้สาวก “เดอะ ค็อป” เห็นความสำคัญของ เฮนเดอร์สัน แล้วว่าขาดเขาเหมือนขาดใจ เพราะแดนกลาง “เดอะ เร้ดส์” ขาดทั้งลูกหนัก และผู้นำตัวจริง ดังนั้นในแมตช์รับมือ บอร์นมัธ ต้องบอกว่า คล็อปป์ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเรียกความมั่นใจของผู้เล่นมิดฟิลด์ที่เหลืออยู่ไม่ว่าจะเป็น ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, อดัม ลัลลาน่า รวมทั้ง อเล็กซ์ อ็อดซ์เลค-แชมเบอร์เลน ให้เชื่อมั่นและกล้าเล่นมากกว่านี้

 

แอนฟิลด์ที่รัก! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล รับมือ บอร์นมัธ

 

สำหรับในเวลานี้ ลิเวอร์พูล คงต้องขาด เฮนเดอร์สัน ในเกมพรีเมียร์ลีก วันเสาร์นี้ แต่พวกเขาน่าจะได้เห็นยอดกัปตันทีมกลับมาทำหน้าที่ประจำการในแผงมิดฟิลด์อีกครั้ง แมตช์ดวล “ตราหมี” ที่สนามแอนฟิลด์ เกม 2 ศึกชิงถ้วยใบโตยุโรป ในช่วงกลางสัปดาห์หน้า

เฮนเดอร์สัน ได้สร้างมาตรฐานชั้นยอดเอาไว้กับทีมในฤดูกาลนี้ และนี่เป็นสิ่งที่ยืนยันแล้วว่าการที่เขามีส่วนในเกมของทีมเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากๆ

 

 

2. ฟื้นสภาพจิตใจที่ขาดความเชื่อมั่น
สำหรับตอนนี้หลายคนคงรู้สึกเหมือนกันว่าการที่ ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แบบไร้พ่ายเหมือนที่ อาร์เซน่อล เคยทำได้ ส่งผลให้พวกเขามีสภาพจิตใจย่ำแย่พอสมควร และสิ่งนี้ยังกระทบชิ่งไปถึงเกมที่แพ้ เชลซี จนตกรอบ เอฟเอ คัพ ด้วย

การโดนยิง 8 ประตูภายใน 4 เกมหลังสุด แถมยังเป็นการแพ้เกมเยือน 3 แมตช์ติดต่อกัน และยิงประตูไม่ได้เลย ย่อมทำให้ตอนนี้จิตใจของนักเตะลิเวอร์พูล อาจจะรู้สึกขาดความมั่นใจไปพอสมควร ฉะนั้นสิ่งสำคัญก็คือ คล็อปป์ ต้องเรียกสติลูกทีมกลับมาให้ได้ในเกมดวล บอร์นมัธ

 

แอนฟิลด์ที่รัก! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล รับมือ บอร์นมัธ

 

จะเห็นได้ว่าเกมที่แพ้ทั้ง 3 แมตช์ส่วนหนึ่งมาจากความผิดพลาดส่วนบุคคล ดังนั้นการรับมือกับ บอร์นมัธ สิ่งสำคัญก็คือพวกเขาต้องไม่ทำพลาดแบบเดิมๆ อีกครั้ง ในขณะเดียวกันต้องมีความเฉียบคมในเกมรุกด้วย เพราะหากทีมสามารถเอาชนะในเกมนี้ได้ มีความเป็นได้สูงที่สภาพจิตใจจะกลับมาเชื่อมั่นอีกครั้ง

อย่าลืมว่าหลังจบแมตช์กับ บอร์นมัธ พวกเขามีเกมแห่งชีวิตในการดวล แอต.มาดริด  ซึ่งหาก “หงส์แดง” ได้ผลงานที่ดีเยี่ยมในเกมวันเสาร์นี้ ย่อมส่งผลดีต่อความฮึกเหิมในการสู้กับทีมของกุนซือดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เพื่อจะได้ลุ้นเส้นทางการป้องกันแชมป์ว่าจะได้ไปต่อ หรือหยุดแค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย
 

3. แอนฟิลด์ ถิ่นนี้ยังหลอนทีมเยือน
หลังจากต้องเจอกับช่วงเวลาที่ย่ำแย่ในการออกไปเล่นในฐานะทีมเยือน ตอนนี้พวกเขาได้โอกาสกลับมาแข่งในแอนฟิลด์อีกครั้ง ซึ่งทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ สามารถสร้างสถิติสุดยอดด้วยการไม่แพ้ใครเลยในการเล่นที่บ้านตัวเองถึง 54 แมตช์ติดต่อกัน

ต้องยอมรับว่านับตั้งแต่สิ้นสุดการพักเบรกหนีหนาว ดูเหมือนว่า “เดอะ เร้ดส์” ต้องเจอกับความยากลำบากทั้งด้านจิตใจ และร่างกาย ส่วหนึ่งอาจเป็นเพราะนักเตะต้องกรำศึกหนักมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามตอนนี้พวกเขามีโอกาสที่จะเรียกโมเมนตัมของตัวเองกลับคืนมาอีกครั้ง

 

แอนฟิลด์ที่รัก! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล รับมือ บอร์นมัธ

 

อย่าลืมว่าผลงานในแอนฟิลด์ของ ลิเวอร์พูล  ถือว่าสุดยอดจริงๆ  ฉะนั้นสิ่งนี้เหมือนเป็นจิตวิทยาในการสร้างความฮึกเหิมสำหรับทัพ “หงส์แดง”  เพราะไม่ว่าทีมจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ตาม สาวก “เดอะ ค็อป” ที่เข้ามาให้กำลังใจเต็มสนามพร้อมส่งเสียงกระตุ้นตลอดเวลา

ดังนั้นนี่ถือเป็นเรื่องดีมากๆ ที่ ลิเวอร์พูล ได้กลับมาเล่นในบ้านของตัวเอง ในช่วงเวลาที่ฟอร์มย่ำแย่ เพราะการที่เห็นแฟนบอลมาให้กำลังใจเต็มสนาม เปรียบเสมือนแรงกระตุ้น และขวัญกำลังใจของเหล่าขุนพลลิเวอร์พูล ที่พร้อมวิ่งถวายชีวิตเพื่อสร้างความสุขที่เหล่าผองชน “หงส์แดง” อีกครั้ง

 

4. แก้ปัญหาฟูลแบ็กที่ฟอร์มฝืด
ลิเวอร์พูล กลายสภาพเป็นทีมที่เล่นเกมรุกได้ฝืดเคืองสุดๆ ในช่วงที่ผ่านมา สาเหตุเพราะสองฟูลแบ็กอย่าง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ไม่สามารถสร้างสรรค์เกมรุกได้เหมือนกับที่พวกเขาทำ รวมทั้งไม่สามารถแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมได้เลย

การที่ทีมขาดเกมรุกจาก 2 ฟูลแบ็กยิ่งทำให้พวกเขาไม่สามารถสร้างโอกาสในการทำประตูได้มากนัก ขณะเดียวกันในแผงกองกลางก็ทำอะไรไม่ได้เลยซึ่งทั้งหมดนี้เห็นได้อย่างชัดเจนใน 3 เกมเยือนที่แพ้ แอต.มาดริด, “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด และ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี

 

แอนฟิลด์ที่รัก! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล รับมือ บอร์นมัธ

 

ฉะนั้นมีความเป็นไปได้ที่ คล็อปป์ จะกลับมาใช้ระบบ 4-2-3-1 ซึ่งอาจจะทำให้พวกเขากลับมาคืนฟอร์มสุดยอดอีกครั้ง โดยเฉพาะถ้า เฮนเดอร์สัน ไม่สามารถกลับมาช่วยทีมได้อย่างที่คาดการณ์เอาไว้ ดังนั้นในเวลานี้ทีมต้องมีความยืดหยุ่นทั้งแผนการเล่น และนักเตะ

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือ “เจ้าหนูเทรนต์” กับ “ร็อบโบ้” จำเป็นอย่างยิ่งต้องคืนฟอร์มในเกมกับ บอร์นมัธ เพราะหาก ลิเวอร์พูล มีเปิดบอลจากด้านข้างที่เฉียบคม โอกาสที่พวกเขาจะได้ประตูย่อมมีสูง ดังนั้นนี่คืองานที่ท้าทายของ คล็อปป์ ในการกระตุ้นทั้งสองคนให้กลับมามั่นใจอีกครั้ง

 

5. ลุ้นเซนเตอร์แบ็ก-อาเดรียน ช่วยเซฟ
ตอนนี้ไม่ว่า เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ จับคู่กับ เดยัน ลอฟเรน หรือ โจ โกเมซ ฟอร์มเกมรับก็มีปัญหา โดยในแมตช์ที่แพ้ วัตฟอร์ด และ เชลซี แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคู่เซนเตอร์แบ็กในเวลานี้กำลังฟอร์มตก แต่กระนั้นก็ยังเชื่อว่า คล็อปป์ น่าจะเลือก โกเมซ กับ ฟาน ไดค์ เล่นคู่กัน

 

แอนฟิลด์ที่รัก! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล รับมือ บอร์นมัธ

 

ช่วงนี้แนวรับก็ไม่ค่อยดี แต่ดันมาเจอผีซ้ำด้ำพลอย เมื่อ อลีสซง เบ็คเกอร์ ได้รับบาดเจ็บที่สะโพกระหว่างซ้อม ส่งผลให้ชวดเฝ้าเสารับมือ บอร์นมัธ และนั่นทำให้ คล็อปป์ จำเป็นต้องใช้งาน อาเดรียน ซึ่งสาวก “เดอะ ค็อป” ก็คงใจหายพอสมควร เพราะเกมที่แพ้ เชลซี นายด่านเลือดกระทิงดุ ทำพลาดในจังหวะเสียประตูแรก

ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ก็คือการเล่นด้วยความเชื่อมั่นทั้งเกมรับและผู้รักษาประตู ส่วนเกมรุกก็ยังคงออกแนวเดิมนั่นก็คือครองเกมได้มากกว่า แต่ต้องเพิ่มเติมในเรื่องความเฉียบคม ไม่งั้นการสร้างสรรค์เกมจะเปล่าประโยชน์ไปโดยปริยาย


WWW.UFA266.COM

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *