แอสซิสต์ฝังแมนยู!อลีสซงซิวรางวัลการเล่นยอดเยี่ยม

แอสซิสต์ฝังแมนยู!อลีสซงซิวรางวัลการเล่นยอดเยี่ยม

แอสซิสต์ฝังแมนยู!อลีสซงซิวรางวัลการเล่นยอดเยี่ยม

UFA266 NEWS : แอสซิสต์ฝังแมนยู!อลีสซงซิวรางวัลการเล่นยอดเยี่ยม

อลีสซง เบ็คเกอร์ ได้รางวัลจังหวะการเล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนจากทาง สกายสปอร์ตส์ จากชอตที่เขาผ่านบอลให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำประตูได้ในเกมที่ “หงส์แดง” คว้าชัยเหนือ แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะคู่แข่งอีก 3 ราย อย่างเช่นชอตผ่านบอลสุดสวยของ ซาลาห์ ไปได้

อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูคนเก่งของ ลิเวอร์พูล ได้รับรางวัลจังหวะการเล่นยอดเยี่ยมของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำเดือนมกราคม ปี 2020 จากการจัดของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชื่อดัง โดยเป็นจังหวะที่เขาผ่านบอลให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำประตูได้ในเกมแดงเดือดที่ทัพ “หงส์แดง” เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา

จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งหลัง ซึ่งเป็นตอนที่ ลิเวอร์พูล นำอยู่แล้ว 1-0 โดย อลีสซง รับบอลเอาไว้ได้จนทำให้เขาได้สิทธิ์เตะเปิดเกม และในจังหวะนั้นนายด่านชาวบราซิเลียนก็เหลือบเห็นพอดีว่า ซาลาห์ อยู่ในจุดที่ไม่มีผู้เล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด ประกบติดอยู่แม้แต่คนเดียว

พอเห็นอย่างนั้น อลีสซง ก็เตะเปิดเกมยาวเลยครึ่งสนามไปให้ ซาลาห์ ทันที โดยการที่ตอนนั้นดาวเตะชาวอียิปต์ยังอยู่ในฝั่งของ ลิเวอร์พูล อยู่ ทำให้มันไม่เป็นจังหวะล้ำหน้า แม้ว่าจะไม่มีนักเตะเอาท์ฟิลด์ (หมายถึงนักเตะในทุกตำแหน่งนอกเหนือจากผู้รักษาประตู) คนไหนของ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ในตำแหน่งที่ลึกกว่า ซาลาห์ เลยก็ตาม ซึ่งแข้งวัย 27 ปีก็วิ่งไปเล่นบอลได้ และถึงแม้ แดเนี่ยล เจมส์ ปีกชาวเวลส์ของ “ปีศาจแดง” จะพยายามวิ่งมาเบียดให้อีกฝ่ายเล่นได้ยาก แต่ ซาลาห์ ก็เบียดสู้ได้ดีจนทำให้อยู่ในมุมที่ยังเล่นต่อได้ ก่อนที่จะลากเข้าไปยิงอย่างเฉียบขาดจนกลายเป็นประตูตอกย้ำชัยชนะของเจ้าถิ่น

ทั้งนี้ รางวัลจังหวะการเล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนที่ สกายสปอร์ตส์ จัดขึ้นนั้น มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ยิลเล็ตต์ พรีซิสชั่น เพลย์ ออฟ เดอะ มอนธ์ หลังจากที่มี ยิลเล็ตต์ บริษัททำมีดโกนชื่อดังเป็นสปอนเซอร์ โดยมันจะมีการเปิดให้แฟนบอลโหวตจังหวะที่สวยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการทำประตู หรือการแอสซิสต์ และคนที่ได้เสียงโหวตมากที่สุดก็จะได้รางวัลไปครอง

สำหรับจังหวะผ่านบอลของ อลีสซง นั้น ได้รับคะแนนมากกว่าชอตที่ อาลีเรซ่า จาฮานบัคช์ ดาวเตะชาวอิหร่านของ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ยิงโอเวอร์เฮดคิกสุดสวยในเกมที่ช่วยให้ต้นสังกัดเสมอกับ เชลซี, จังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ ผ่านบอลจากด้านข้างเข้ามาให้ กาเบรียล เชซุส ทำประตูได้ในเกมที่เจอกับ แอสตัน วิลล่า และจังหวะที่ ซาลาห์ ผ่านบอลให้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ทำประตูได้ในเกมที่ ลิเวอร์พูล ทุบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-0

อาลีซง แบเกร์

อาลีซง แบเกร์
20180610 FIFA Friendly Match Austria vs. Brazil 850 1625.jpg

อาลีซงกับทีมชาติบราซิลใน ค.ศ. 2018
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม อาลีซง รังเซส แบเกร์[1]
วันเกิด 2 ตุลาคม ค.ศ. 1992 (27 ปี)
สถานที่เกิด โนวูอัมบูร์กู บราซิล
ส่วนสูง 1.93 เมตร[1]
ตำแหน่ง ผู้รักษาประตู
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
ลิเวอร์พูล
หมายเลข 1
สโมสรเยาวชน
2008–2012 อิงเตร์นาซียอนัล
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2013–2016 อิงเตร์นาซียอนัล 44 (0)
2016–2018 โรมา 37 (0)
2018– ลิเวอร์พูล 55 (0)
ทีมชาติ
2009 บราซิล อายุไม่เกิน 17 ปี 9 (0)
2013 บราซิล อายุไม่เกิน 23 ปี 5 (0)
2015– บราซิล 44 (0)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้กับสโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2020
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้กับทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2019

อาลีซง รังเซส แบเกร์ (โปรตุเกสAlisson Ramses Becker; เกิด 2 ตุลาคม ค.ศ. 1992) หรือที่รู้จักกันในชื่อ อาลีซง เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวบราซิล ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูให้กับสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลและทีมชาติบราซิล

อาลีซงเริ่มอาชีพนักฟุตบอลที่สโมสรอิงเตร์นาซียอนัล เขาลงเล่นเกินกว่า 100 นัด และเป็นผู้ชนะเลิศกังเปโอนาตูกาอูชู (การแข่งขันระหว่างสโมสรในรัฐรีอูกรันดีดูซูล) ในทุกฤดูกาลที่เขาอยู่กับสโมสร ใน ค.ศ. 2016 เขาย้ายไปยังสโมสรโรมาด้วยค่าตัว 7.5 ล้านยูโร ในช่วงแรกเขาเป็นผู้เล่นสำรองให้กับวอยแชค ชแชนสนือ เป็นส่วนใหญ่[2] และได้เป็นผู้รักษาประตูหลักหลังจากชแชนสนือย้ายออกไป ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2018 อาลีซงเซ็นสัญญาเล่นให้กับสโมสรลิเวอร์พูลด้วยค่าตัว 66.8 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นสถิติโลกสำหรับผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู[3]

อาลีซงเคยเป็นผู้เล่นทีมชาติบราซิลในระดับเยาวชนหลายระดับ ก่อนจะเปิดตัวในฐานะผู้เล่นทีมชาติชุดใหญ่เมื่อ ค.ศ. 2015 หลังจากนั้นก็ได้เป็นตัวแทนประเทศในการแข่งขันโกปาอาเมริกาเซนเตนาริโอ เมื่อ ค.ศ. 2016

สโมสรอาชีพ

ลิเวอร์พูล

ฤดูกาล 2018-19

ในวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 ลิเวอร์พูลประกาศคว้าตัวอาลีซงจากโรมา ด้วยค่าตัว 66.8 ล้านปอนด์ ซึ่งกลายเป็นสถิติค่าตัวแพงที่สุดในตำแหน่งผู้รักษาประตูสวมเบอร์13[4] ต่อมา ในวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 2018 อาลีซงได้ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล นัดแรกเป็นทางการในนัดที่ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์ชนะ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 4-0[5] ต่อมา อาลีซงก็ช่วยให้ลิเวอร์พูลไม่เสียประตูอีก 2 นัดกับคริสตัลพาเลซและไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน ทำให้อาลีซงเป็นผู้รักษาประตูคนที่ 4 ของลิเวอร์พูลที่สร้างสถิติเก็บคลีนชีตไว้ได้ ต่อมา ในวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 2018 อาลีซงก็เสียประตูพรีเมียร์ลีกจากความผิดพลาดของเขาเอง ในนัดที่ลิเวอร์พูลชนะเลสเตอร์ซิตีที่คิงเพาเวอร์สเตเดียม 2-1[6] จบฤดูกาล อาลีซงเก็บคลีนชีตส์ในพรีเมียร์ลีกทั้งหมด 21 นัด ทำให้ อาลีซงคว้ารางวัลถุงมือทองคำของพรีเมียร์ลีกไปครอง

ต่อมา ในวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2019 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ 2019 ลิเวอร์พูล เจอกับ ทอตนัมฮอตสเปอร์ ที่วันดาเมโตรโปลิตาโน ในมาดริดประเทศสเปน อาลีซงเก็บคลีนชีตส์ สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ ทอตนัมฮอตสเปอร์ 2-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก สมัยที่ 6 ได้สำเร็จ[7]

ฤดูกาล 2019-20

อาลีซงจะสวมเสื้อหมายเลข 1 สำหรับฤดูกล 2019-20 หลังจากใช้หมายเลข 13 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ในวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 2019 พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2019–20 อาลีซงลงเล่นแค่ 38 นาทีเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ โดยอาเดรียน ผู้รักษาประตูมือสองลงมาเฝ้าเสาแทนในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์ชนะ นอริชซิตี 4-1[8] และอาลีซงจะต้องได้รับการสแกนเพื่อตรวจต่อไป[9]

ในวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 2019 อาลีซงหายเจ็บกลับมาลงสนามอีกครั้ง ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด 1-1[10] ต่อมา ในวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2019 อาลีซงโดนใบแดงไล่ออกจากสนามเป็นครั้งแรกในฟุตบอลอาชีพ ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์ชนะ ไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน 2-1 ทำให้ อาลีซง โดนแบน 1 นัด[11] ต่อมา ในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2019 ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2019 นัดชิงชนะเลิศ ลิเวอร์พูล เจอกับ ฟลาเม็งกู ตัวแทน คอนเมบอล ในฐานะแชมป์เก่าของ โกปาลิเบร์ตาโดเรส ที่สนามกีฬาแห่งชาติคาลิฟา ในโดฮาประเทศกาตาร์ อาลีซงเก็บคลีนชีตส์ สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ ฟลาเม็งกู ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก สมัยแรกได้สำเร็จ[12] ต่อมา ในวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2020 อาลีซงเปิดบอลให้ มุฮัมมัด เศาะลาห์ ทำประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะคู่ปรับตลอดกาล แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 2-0[13]

ทีมชาติบราซิล

ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2018 ทีมชาติบราซิลเรียกตัวอาลีซงติดรายชื่อชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย โดยบราซิลได้อยู่กลุ่มอีร่วมกับสวิตเซอร์แลนด์คอสตาริกา และเซอร์เบีย อาลีซงได้ลงสนามเป็นตัวจริงในฐานะมือ 1 สุดท้าย บราซิลผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย คว้าอันดับ 1 ของกลุ่มอี ชนะ 2 เสมอ 1 ต่อมาในวันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 ฟุตบอลโลก 2018 รอบ 8 ทีมสุดท้าย บราซิลพ่ายแพ้เบลเยียม 1-2 ทำให้บราซิลต้องจบเส้นทางฟุตบอลโลกที่รัสเซียเพียงเท่านี้


WWW.UFA266.COM

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *